กีฬา

“กรีฑาไทย” ปลื้มผลงาน “ชิงแชมป์เอเชีย 2019” ตั้งเป้าติด 1 ใน 10 วิ่งผลัดชิงแชมป์โลก คว้าตั๋ว “โอลิมปิกเกมส์ 2020”

สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ สุดปลื้มกับผลงานในการแข่งขันกรีฑาชิงชนะเลิศแห่งเอเชียครั้งที่ 23 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่ง ไทยคว้าได้ 2 เหรียญทอง พร้อมตั้งเป้าติด 1 ใน 10 วิ่งผลัดชิงแชมป์โลก เพื่อคว้าตั๋วไปแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ให้ได้

พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมสามัญประจำปี 2562 ห้องจรัสเมือง 2 โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยมี พลตำรวจตรีสุรพงษ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคมฯ, พลตำรวจตรีศุภวณัฐฎ์ อาริยะมงคล ประธานผู้ฝึกสอนนักกรีฑาทีมชาติไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ และตัวแทนสโมสรสมาชิก 17 สโมสร เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

ทั้งนี้ วาระสำคัญในการประชุม คือ สรุปผลงานในรอบปี 2561 ที่ผ่านมา รวมถึงการผลงานจากการแข่งขันกรีฑาชิงชนะเลิศแห่งเอเชียครั้งที่ 23 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่ง ไทยคว้าได้ 2 เหรียญทองจาก เขย่งก้าวกระโดดหญิง และวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรชาย และ 2 เหรียญทองแดง จากพุ่งแหลนหญิง และ ขว้างจักรหญิง อีกทั้งทีมไต้ฝุ่นชายไทยสามารถทำลายสถิติประเทศไทยของรายการนี้ในรอบ 19 ปี ถือเป็นสถิติดีที่ดีที่สุดของทัพนักกีฬาไทย รวมถึงการเตรียมแผนส่งนักกีฬาแข่งขันและเตรียมทีมในปี 2562 และเตรียมคอลิฟายโอลิมปิก 2020 ที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ ประเทศฟิลิปินส์ ในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้มีการสรุปงบประมาณประจำปี 2561 ปรากฏว่า สมาคมกรีฑานั้นมีรายได้มากกว่ารายจ่าย 17,884,510.10 บาท และ มีรายได้สูงกว่ารายจ่ายสะสมเป็นเงิน 95,498,194.77 บาท

 

ด้าน พลตำรวจตรีสุรพงษ์ อาริยะมงคล กล่าวว่า ทีมไต้ฝุ่นไทย สามารถทำสถิติผ่านเข้าไปแข่งขัน วิ่งผลัดเวิลด์ รีเลย์ ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2562 ได้ทั้งทีมชายและทีมหญิง และหากทำสถิติติดอันดับ 1 ใน 16 ของรายการนี้จะได้สิทธิ์ไปแข่งชิงแชมป์โลกและหากติด 1 ใน 10 รายการชิงแชมป์โลก ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียวทันที ซึ่งสมาคมเตรียมส่งนักกีฬาไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศโปแลนด์ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด โดยชุดที่จะแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลก จะเก็บตัวระยะเวลาโดยประมาณ 2 เดือน ส่วนชุดซีเกมส์ อาจจะฝึกซ้อมประมาณ 45 วันเป็นอย่างน้อย และเดินทางไปแข่งขันทันที โดยไม่ต้องเดินทางกลับมาที่ประเทศไทย เพื่อป้องกันปัญหานักกีฬาอ่อนเพลียจากการเดินทาง