ตร. ยันคดีปล้นทองนาทวี รู้ทุกขั้นตอนแล้ว สรุปทองถูกปล้นหนัก 2,100 บาท มูลค่า 50 ล้าน

30 ส.ค. 2562 เวลา 6:27 น.

ผบช.ภาค 9 เผยปล้นทองนาทวีรู้ทุกขั้นตอนแล้ว คนร้ายยึดซิมโทรศัพท์ชาวบ้านมาใช้ก่อเหตุ ได้ดีเอ็นเอคนร้ายอีกราย เตรียมออกหมายจับ แต่ต้องเช็คเพิ่ม เพราะเป็นฝาแฝด ว่า คนหนึ่งคนใดลงมือ หรือ ทั้งคู่ ส่วนทองที่ถูกปล้นหนักรวม 2,100 บาท มูลค่าเกือบ 50 ล้านบาท

วันนี้ (30 ส.ค. 62) ที่สถานีตำรวจภูธรหนอง จ.ปัตตานี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายจี้รถตู้ประจำทางในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก่อนจะนำรถตู้ไปทำการก่อเหตุปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลางตลาด อ.นาทวี จ.สงขลา คนร้ายได้ทองไปจำนวนมาก เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.รณศิลป์ เปิดเผยว่า ทุกอย่างใกล้คลี่คลาย โดยทองที่ถูกปล้นไป สรุปชัดเจนแล้วว่า มีน้ำหนักรวม 2,100 บาท มูลค่าเกือบ 50 ล้านบาท ส่วนข่าวที่ระบุว่า คนร้ายได้ทยอยนำทองที่ปล้นออกมาขาย ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่วนขั้นตอนวิธีการก่อเหตุขณะนี้ทราบทั้งหมดแล้ว ซึ่งจากการกวดขันของฝ่ายเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะเรื่องของซิมการ์ดที่ให้มีการลงทะเบียนผู้ใช้ ซึ่งทำให้แนวทางสืบสวนสอบสวนเราก็ได้ไล่ตรวจสอบเจ้าของหมายเลขจากการลงทะเบียน พบว่า เป็นเบอร์โทรศัพท์ของชาวบ้านในพื้นที่ อ.สายบุรี ขณะเกิดเหตุได้นั่งกินน้ำชาในกลุ่มชาวบ้าน คนร้าย 3 คนเข้ามาทำการยึดโทรศัพท์ของชาวบ้านไป จำนวน 3 เครื่อง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 สค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นวันที่ 20 สค. คนร้ายได้ใช้เบอร์โทรศัพท์จากเครื่องที่ยึดจากชาวบ้าน นัดรถตู้โดยสารให้มารับยังจุดนัดพบ

นอกจากนี้ ในส่วนของพยานหลักฐานและอื่น ๆ ทั้งลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอ ตรวจสอบพบเป็นจำนวนมาก จากการพิสูจน์หลักฐานก็ได้ตัดออกไปเรื่อย ๆ เพราะลายนิ้วมือเป็นของผู้โดยสาร แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถชี้ชัดตรวจเทียบเคียงพบดีเอ็นเอตรงกับ นายรอซาลี หลำโสะ ซึ่งมีหมายจับคดีความมั่นคงจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถออกหมายจับในตอนนี้ได้ เนื่องจากทราบว่า นายรอซาลี มีพี่น้องฝาแผดร่วมกัน คือ นายซอบรี หลำโสะ โดยจะต้องให้ชุดสืบสวนสอบสวนนำดีเอ็นเอของคนในบ้านไปทำการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมว่าบุคคลใดที่ก่อเหตุ หรือ จะร่วมกันก่อเหตุทั้งสองคน เพราะมีดีเอ็นเอคล้ายกัน

และยืนยันว่า การร่วมก่อเหตุของคนร้ายครั้งนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบ ส่วนสาเหตุของการปล้นนั้น​เบื้องต้น น่าจะเพื่อสนับสนุนกลุ่มขบวนการ หรือ เป็นการก่อเหตุในลักษณะอาชญากรรม ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

โดยเตรียมออกหมายจับคนร้าย 2 คนแรก คือ นายแวอูเซ็ง ดือราเฮ็ง และ นายไซฟูดดิน หะยีปูเต๊ะ ซึ่งทั้สองคนมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายหมาย ในวันอังคารที่ 3 ก.ย.นี้