เหยื่อถูกล่อซื้อจับลิขสิทธิ์ พร้อมเด็กสาว 15 รวมตัวแจ้งความตัวแทนลิขสิทธิ์

06 พ.ย. 2562 เวลา 6:04 น.

ครอบครัวเด็กสาววัย 15 ปี พร้อมเหยื่อถูกล่อซื้อจับลิขสิทธิ์อีกนับ 10 ราย รวมตัวกันเข้าแจ้งความกับตำรวจที่โคราช เอาผิดตัวแทนลิขสิทธิ์ ข้อหากรรโชกทรัพย์

วันนี้(6 พ.ย.) ครอบครัวเด็กหญิงวัย 15 ปี พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหายจำนวน 11 ราย จากการถูกตัวแทนลิขสิทธิ์เรียกปรับค่าลิขสิทธิ์การ์ตูน ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหากรรโชกทรัพย์กับตัวแทนลิขสิทธิ์กลุ่มดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เดินทางมาให้คำแนะนำกับกลุ่มผู้เสียหาย

นางสาวสุรัญญา ถี่กระโทก อายุ 38 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า น้องเก๋ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของตนเองได้ทำกระทงลายการ์ตูน การ์ฟิล คุมะ และโดราเอม่อน นำไปโพสต์ขายในเฟซบุ๊กขายของแห่งหนึ่ง ต่อมาก็มีผู้หญิงคนหนึ่งติดต่อขอซื้อ โดยโอนเงินมัดจำมาไว้ 200 บาท และได้นัดหมายให้นำสินค้ามาส่งที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา จากนั้นพบว่ามีชาย 2 คนมารับของ ก่อนที่จะอ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูน และทนายความ แสดงตัวควบคุมตน และสามีมาที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์กับตนเอง สามี และลูกสาว เรียกค่าปรับเป็นเงินจำนวน 150,000 บาท

จากนั้นถูกข่มขู่ว่า ถ้าไม่จ่ายค่าปรับจะถูกดำเนินคดีอย่างหนัก ตั้งแต่จำคุกตลอดชีวิตถึงประหารชีวิต แต่ตนเองไม่มีเงินจ่าย ทำให้ตนเองและครอบครัวเกิดความหวาดกลัว กอดคอกันร้องไห้อย่างหนัก จึงพยายามเจรจาตกลงกันอยู่นาน ท้ายที่สุดก็ตกลงกันได้ว่าจะยอมจ่ายค่าปรับที่ 30,000 บาท โดยตนเองได้ยืมเงินน้องของสามีมาจ่ายให้ก่อน หลังจากนั้นได้ไปจำนองบ้านที่อยู่ในปัจจุบันเพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้ให้กับน้องแฟนที่ยืมมา ซึ่งขณะนี้ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และหลังจากทราบข่าวว่าทางบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริง ไม่ได้มอบหมายให้ใครมาจับลิขสิทธิ์ จึงอยากมาแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มที่มากระทำกับตนเอง ให้ได้รับโทษตามกฎหมายอย่างหนัก เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นอีก

ด้านนายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สภาทนายความแห่งประเทศไทย และสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ได้รับทราบเรื่องนี้ว่ามีความไม่เป็นธรรมกับน้องอายุ 15 ปี จึงได้พร้อมที่จะช่วยเหลือทางคดีอย่างเต็มที่ ซึ่งจากข้อมูลที่ทางบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้ออกหนังสือชี้แจงแล้วว่าไม่เคยมอบอำนาจให้ใครมาดำเนินการจับลิขสิทธิ์การ์ตูน

ดังนั้นจึงถือว่าผู้แอบอ้างใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมในการแจ้งความเท็จ และการข่มขู่เด็กให้ยินยอมจ่ายเงินค่าปรับ ก็เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในตัวเด็ก ทั้งหมดเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์อย่างชัดเจน นอกจากนี้การใช้กำลังควบคุมตัวเด็กโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาที่โรงพัก ก็จะเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วย ทั้งนี้สภาทนายความแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีทนายความมาให้คำปรึกษาด้านกฎหมายฟรี ที่สถานีตำรวจ ซึ่งนำร่อง 150 สถานีทั่วประเทศแล้ว รวมทั้งที่ สภ.เมืองนครราชสีมาด้วย จึงขอให้ประชาชนมาใช้บริการได้ทุกวัน ซึ่งคดีนี้ตนเองได้สอบถามทนายที่มาเข้าเวรที่ สภ.เมืองนครราชสีมาแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมาขอคำปรึกษา

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเสียหายกำลังรอ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ที่กำลังเดินทางมาที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว คาดว่าจะเดินทางมาถึงในช่วงบ่ายของวันนี้