นวัตกรรม ช่วยผู้ปกครอง ป้องกันเด็กหาย และ ลืมเด็กไว้ในรถ

09 ก.ย. 2563 เวลา 1:00 น. 193

2 นวัตกรรมสำคัญ ตัวช่วย ป้องกันเด็กหาย และ ลืมเด็กไว้ในรถ เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง ด้านความปลอดภัยนอกบ้านของเด็กๆ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เผย 2 นวัตกรรม สำคัญจากกลุ่มสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการไทยที่ชื่อว่า "Save the Kids: นวัตกรรมที่เข้ามาช่วยป้องกันปัญหาการลืมเด็กไว้บนรถ" และ "GPS Watch POMO: นาฬิกาติดตามตัวเด็กป้องกันเด็กหายโพโมะ"

 

 

 

 

 

 

ความปลอดภัยของลูกน้อยถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นข่าวการสูญหาย หรือเสียชีวิตของเด็ก ที่เกิดจากอุบัติเหตุและความประมาทของผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มปฐมวัย ซึ่งการแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ จำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งมีเครื่องมือที่ช่วยให้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวทุกคนมากขึ้น

เทคโนโลยีที่ช่วยในการเตือนภัย นับเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กอยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลา หรือแม้แต่กระทั่งนวัตกรรมที่ใช้ง่ายสำหรับเด็กที่อายุยังน้อย ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาช่วยทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหายห่วงเกี่ยวกับภาวะความเสี่ยง และเพิ่มความเซฟตี้ให้กับเด็กๆ

นวัตกรรม

 

 

2 นวัตกรรม ตัวช่วยสำคัญมีดังนี้

 

Save the kids

Save the Kids คือ นวัตกรรมที่เข้ามาช่วยป้องกันปัญหาการลืมเด็กไว้บนรถ โดย ปิติชัย ปิติมณียากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทูแคนส์ จำกัด เล่าว่า "Save the kids" เกิดจากปัญหาการลืมเด็กไว้ในรถทำให้เด็กเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อเนื่องทุกปี การถูกทิ้งไว้บนรถเป็นเวลานาน ร่างกายของเด็กเล็กจะมีอุณหภูมิที่สูงมากกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะสูญเสียน้ำในร่างกาย และเด็กจะมีโอกาสเสียชีวิตได้ภายใน 2 ชั่วโมง จากปัญหาดังกล่าวจึงเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีนวัตกรรมเข้ามาแก้ไขและสร้างความปลอดภัยให้กับเด็ก จึงได้คิดค้นนวัตกรรม "Bio Censor" ขึ้น

นวัตกรรม

นวัตกรรม Bio Censor เป็นการตรวจสิ่งมีชีวิตจากอัตราคาร์บอนไดออกไซด์ และความชื้นที่เกิดขึ้นจากการหายใจ เนื่องจากหากร่างกายคนเราเริ่มร้อน ความชื้นในร่างกายจะต่ำลง และจะมีการคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา

การทำงานของระบบ Bio Censor เป็นการทำงานบนแพลตฟอร์ม IOT โดยเครื่องจะเริ่มตรวจจับตั้งแต่ที่มีการดับเครื่องยนต์ หากมีคนติดอยู่ในรถประมาณ 15 นาที ระบบจะเริ่มวัดระบบคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ภายในรถ และหากพบว่า มีระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ดูแลรถ หรือครู ผ่านทางแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ว่ามีคนติดอยู่ในรถ

การแจ้งเตือนนี้จะทำให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือเด็กได้ทันท่วงที โดยระบบการทำงานของ Bio Censor มีความแม่นยำ และช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของเด็กที่ติดอยู่ในรถได้มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์

 

“นอกจากระบบ Bio Censor แล้ว Save the kids ยังมีนวัตกรรม GPS Censor ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับรถรับ-ส่งนักเรียน โดยหากคนขับรถมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ประมาท หวาดเสียว ระบบจะแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของผู้ปกครองทันที นอกจากนี้ ระบบยังสามารถแจ้งเวลาที่รถรับ-ส่ง จะเดินทางมารับเด็กได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากการทดลองใช้ระบบของ "save the kids" กับโรงเรียนและผู้ปกครองในกลุ่มตัวอย่าง ส่วนมากค่อนข้างพอใจ เพราะนวัตกรรมช่วยให้มั่นใจว่าการเดินทางไปโรงเรียนของเด็กจะมีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมองว่าในอนาคตนวัตกรรมสำหรับเด็กจะมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้น แต่จะเน้นนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยเหลือด้านพื้นฐานของชีวิตเด็กและต้องไม่ละเมิดสิทธิเด็ก” ปิติชัย กล่าว

 

นวัตกรรม ช่วยผู้ปกครอง ป้องกันเด็กหาย และ ลืมเด็กไว้ในรถ

GPS Watch POMO

GPS Watch POMO เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยป้องกันปัญหาเด็กหาย และปัญหาอาชญากรรมในเด็ก นั่นคือ "GPS Watch POMO: นาฬิกาติดตามตัวเด็กป้องกันเด็กหายโพโมะ"

ฉัตรชัย ตั้งจิตรตรง ผู้ก่อตั้งบริษัท โพโมะ เฮาส์ จํากัด เล่าว่า นาฬิกาติดตามตัวเด็กป้องกันเด็กหายโพโมะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ที่ตนเองเคยพลัดหลงกับลูก ดังนั้น จึงอยากหานวัตกรรมที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประกอบกับปัจจุบันเกิดเหตุการณ์เด็กหาย และสุดท้ายกลายเป็นเหตุอาชญากรรม จึงได้เริ่มคิดค้นนวัตกรรมนาฬิกาที่ใช้สำหรับติดตามเด็กเพื่อป้องกันเด็กหาย หรือเด็กพลัดหลง

นาฬิกาโพโมะ จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คู่กับแอปพลิเคชัน POMO Connect ซึ่งผู้ปกครองจะต้องดาวน์โหลดเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับนาฬิกา โดยกระบวนการทำงานของนาฬิกาโพโมะ จะใช้ระบบการติดตามตัวผู้ส่วมใส่ด้วยกัน 3 ระบบ คือ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  • ระบบ WIFI หากเด็กอยู่ในอาคารที่มี WIFI นาฬิกาจะแท็กสัญญาณอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองสามารถรู้พิกัดเด็กได้ทันที
  • ระบบ GPS จะทำหน้าที่ในการระบุตำแหน่งที่เด็กอยู่ ซึ่งระบบนี้จะใช้ในกรณีที่เด็กอยู่พื้นที่โล่งแจ้ง
  • ระบบ A GPS ซึ่งจะเป็นระบบที่เข้ามาช่วยคำนวณตำแหน่งให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

นวัตกรรม

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มระบบ Take me home ซึ่งเป็นระบบบอกเส้นทางให้แก่เด็ก ซึ่งจะเป็นการสอนให้เด็กอ่านแผนที่เป็น รวมถึงปุ่ม SOS ที่หากเกิดกรณีฉุกเฉินจะสามารถกดและส่งการแจ้งเตือนไปถึงผู้ปกครองได้ โดยจะบอกพิกัดได้อย่างแม่นยํามาก ทำให้ผู้ปกครองสามารถค้นหาเด็กได้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดความกังวลของผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี

ด้านความปลอดภัย ยังเพิ่มการพัฒนาระบบ AI เข้าไปในนาฬิกาด้วย เพื่อให้เด็กสามารถพูดคุย เล่มเกมทายสัตว์ด้วยเสียง โดยในฟังก์ชันนี้จะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งลดพฤติกรรมการติดหน้าจอได้

การใช้งานนาฬิกาโพโมะ เด็กๆ สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กอนุบาลไปจนถึงเด็กประถม ซึ่งถือว่าไม่มีความซับซ้อนในเชิงเทคนิค เพียงแค่สวมใส่ก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในตัวเด็กได้ทันที

นวัตกรรม ช่วยผู้ปกครอง ป้องกันเด็กหาย และ ลืมเด็กไว้ในรถ

ฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังได้วางแผนการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมนาฬิกาโพโมะให้สามารถตอบโจทย์การดูแลเด็กได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาให้รองรับระบบ 4G รวมไปถึงการเพิ่มฟังก์ชั่นอื่นเข้าไปในตัวนาฬิกา และการดีไซน์รูปแบบให้ดึงดูดและน่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานทั้งหมด ส่วนอนาคตมองว่านวัตกรรมสำหรับเด็กนั้น มีโอกาสที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะในปัจจุบันผู้ปกครองหันมาให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่จะช่วยแจ้งเตือน และระบุที่อยู่ของลูกเพิ่มขึ้น ซึ่งเรื่องของความปลอดภัยเป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้งกับตัวเด็กและคนใกล้ตัว และเป็นสิ่งที่คุ้มค่าต่อการลงทุน

เชื่อว่าบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองที่ได้รู้จักกับ 2 นวัตกรรมนี้ คงจะมีความสบายใจหายห่วงมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับความใส่ใจของบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เพราะการจะทำให้เด็กมีความปลอดภัยกับสภาพแวดล้อมรอบตัวได้นั้น ต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยในการทำให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง

นวัตกรรม ช่วยผู้ปกครอง ป้องกันเด็กหาย และ ลืมเด็กไว้ในรถ

หากสนใจอยากรู้เรื่องราวนวัตกรรมดีดี สามารถติดตามและสอบถามได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด