Spring News

มกราคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกสากล

20 ม.ค. 2564 เวลา 9:14 น.

มกราคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกสากล หยุดยั้งไวรัสเอชพีวีด้วยวัคซีนป้องกันเอชพีวี 9 สายพันธุ์ เพิ่มอัตราการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมกับสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย เล็งเห็นความสำคัญอย่างต่อเนื่องด้านการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกสากลในเดือนมกราคมนี้ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และตระหนักในการดูแลและป้องกันสตรีไทยให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก แม้ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่

งานรณรงค์ครั้งนี้จึงทำออกมาเป็นรูปแบบ Virtual Event โดยให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมรณรงค์รับชมผ่านทาง Facebook Live โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมเพิ่มความสนุกให้ผู้ชมด้วย AR Technology โดยมีสารรณรงค์ในแคมเปญปีนี้ว่า “Say kNOw HPV ก้าวที่คุณเลือกได้” สาวไทยยุคใหม่หยุดยั้งไวรัสเอชพีวีป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกัน

นาวาอากาศเอก นายแพทย์ภานนท์ เกษมศานติ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่า ไวรัสเอชพีวีเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก และเนื่องจากโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้หญิงมากพอสมควร โดยในแต่ละปีมีผู้หญิงทั่วโลกกว่า 500,000 คน ที่เป็นโรคนี้ และทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงกว่า 250,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้หญิงชาวเอเชีย 

สำหรับประเทศไทยในปีที่ผ่านมาก็มีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ปีละประมาณ 8,000 ราย และเสียชีวิตประมาณ 4,500 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 14 ราย เพราะมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมของบุคลากรที่ดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช และเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและการให้บริการแก่ประชาชนด้านโรคมะเร็งในสตรี จึงต้องออกมารณรงค์กันทุกปี เพราะเราต้องการให้ข้อความรณรงค์เหล่านี้ได้ส่งสารถึงผู้หญิงไทยทุกคน ให้ตระหนักและรู้จักดูแลตัวเอง เน้นให้ความสำคัญถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับเอชพีวี เนื่องจากโรคมะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อเอชพีวี ซึ่งเชื้อตัวนี้ปัจจุบันเรามีวิธีป้องกันได้แล้ว จึงควรที่จะรณรงค์ให้สตรีไทยได้ตระหนักรู้ในวงกว้างมากขึ้น Say know HPV คือเมื่อเรารู้จัก Say Know และป้องกัน Say No ไวรัส HPV ได้ ก็เท่ากับป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้
มกราคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกสากล

เชื้อไวรัสเอชพีวี มีหลายสายพันธุ์ แต่จะมีไม่กี่สายพันธุ์ที่ก่อโรคบ่อย ได้แก่ 

- HPV types 6, 11 สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำทำให้เกิดหูด 

- HPV types 16, 18 สายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมาก 

- ส่วน HPV types 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 เป็น 7 สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกที่พบบ่อย 

ผลการตรวจประมาณ 10,000 ราย พบการติดเชื้อไวรัส HPV ความเสี่ยงสูง ร้อยละ 6.0 และสายพันธ์ที่พบบ่อย คือ 52, 16, 51 ซึ่งในทางตะวันตกจะพบสายพันธ์ 16 บ่อยที่สุด และพบมะเร็งปากมดลูก 4 ราย และการตรวจติดตามด้วยการตรวจ HPV ที่ 5 ปี ไม่มีรายงานผู้ป่วยใหม่มะเร็งปากมดลูกในกลุ่มตัวอย่างอีกเลย จึงเป็นตัวอย่างที่บอกว่า การขจัดมะเร็งปากมดลูกนั้นเป็นไปได้จริง การป้องกันมะเร็งปากมดลูกผู้หญิงเราทุกคนทำได้ ซึ่งเป็นสารรณรงค์ในทุกๆปี ที่เราจะชวนสาวๆไทย หยุดยั้งไวรัสเอชพีวีป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกัน

การตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี 

การตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA) การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแนวใหม่ในปัจจุบันนี้ โดยการตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA) สามารถระบุได้ถึงการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ไหนได้ถึง 14 สายพันธุ์ ได้แก่ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 66, 68 โดยรวมสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่มีความรุนแรงสูง สายพันธุ์ที่พบบ่อยในประเทศไทย คือ 16, 51, 52 ที่จะพัฒนารอยโรคก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกรวมอยู่ด้วย 

การคัดกรองจะช่วยบอกให้แพทย์ทราบว่าเราเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ เนื่องจากการติดเชื้อ HPV มักไม่แสดงอาการ การตรวจหารอยโรคก่อนมะเร็งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แพทย์ควบคุมความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูก และตัดสินใจเลือกวิธีรักษาโดยมีข้อมูลที่ถูกต้อง 

มกราคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกสากล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร หัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวถึง ปัจจุบันมีวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อ HPV ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยเรามีวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี ชนิด 9 สายพันธุ์เข้ามาแล้ว จากเดิมวัคซีนป้องกันได้ 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18 ซึ่งถือว่าป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่พอเป็นวัคซีนที่ป้องกันได้ 9 สายพันธุ์ คือได้เพิ่มมาอีก 5 สายพันธุ์ ได้แก่ 31, 33, 45, 52, 58 จะช่วยเพิ่มอัตราการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้มากขึ้นถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ สามารถฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 9-45 ปี ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยเด็กช่วงอายุ 9-15 ปี จะเป็นช่วงวัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด เนื่องจากกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงและยังไม่มีเพศสัมพันธ์ โดยจะรับวัคซีน 2 เข็ม ในเดือนที่ 0 และ 6 สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จะต้องรับวัคซีนทั้งหมด 3 เข็ม ในเดือนที่ 0, 1-2 และ 6 และสำหรับผู้หญิงที่อายุเกิน 45 ปี ไม่มีข้อมูลของวัคซีน หากต้องการฉีดแนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อให้คำแนะนำก่อนรับวัคซีน

สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือรับวัคซีนป้องกันเอชพีวี ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สามารถนัดหมายผ่านทาง LINE Official โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พิมพ์ @Chulabhornhospital กดเมนู “ศูนย์การรักษา” เลือกศูนย์สุขภาพสตรี และกดเลือก Chat กับศูนย์ เพื่อนัดหมายการตรวจคัดกรองและรับการฉีดวัคซีนป้องกัน หรือถ้าใครอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชพีวีเพิ่มเติมก็สามารถคลิกปุ่ม Say kNOw HPV เพื่อศึกษาข้อมูลได้เลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด