Spring News

เปิดแอปฯ ให้พร้อม พาส่อง Food Delivery เลือกสั่งเจ้านี้ ดีอย่างไร

28 เม.ย. 2564 เวลา 10:39 น. 66

Food Delivery ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งแอปพลิเคชันสามารถอำนวยความสะดวกในช่วงเวลาที่เร่งรีบ ไม่ว่างจากการทำงาน หรือยามที่เราเหนื่อยล้าเพียงกดเข้าแอปฯ ก็สามารถรอ ทานอาหารได้เลย วันนี้เลยรวมข้อดีของ Delivery แต่ละเจ้ามาให้ได้เลือกกัน

delivery

แกร็บฟู้ด (GRAB FOOD)

ถือว่าเป็นอันดับแรกๆ ที่เข้ามามีบทบาทการส่งอาหาร ซึ่งในตอนแรก ได้เริ่มจากการส่งในพื้นที่ ที่เป็นเมืองใหญ่ๆ มาก่อน แล้วจึงค่อยๆ ขยายพื้นที่ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น ข้อดีของ Grab ก็คือ มีร้านที่เข้าร่วมด้วยเยอะมาก ถ้ายิ่งในเขตกรุงเทพ จะมีรถส่งอาหารเยอะด้วยเช่นกัน แถมยังมีการจัดโปรโมชันใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยอาจจะเป็นการลดราคาค่าส่ง ลดค่าอาหารจากร้านดัง และโค้ดคูปองต่างๆ ส่วนการจ่ายเงิน ก็สามารถจ่ายได้หลายช่องทางด้วย แต่บางครั้ง ถ้าหากสั่งไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็ต้องเสียเงินเพิ่มอีก จึงอาจไม่เหมาะกับการสั่งอาหารน้อยๆ ส่วนค่าส่ง จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10 บาท นอกจากจะสั่งอาหารได้แล้วยัง มีบริการอื่นๆ อีกเยอะเลย

ฟู้ดแพนด้า (Foodpanda)

หลังจากที่ Foodpanda ได้เริ่มก้าวเข้ามาตีตลาดการส่งอาหาร ก็มีคนให้ความสนใจไม่น้อยเลย ซึ่งแอพนี้ได้เริ่มทำโปรโมชัน ให้น่าสนใจมากขึ้น ถึงแม้ว่าค่าอาหารจะดูแพงกว่าแอพอื่นนิดหน่อย เนื่องจากได้มีการปรับเปอร์เซ็นต์ขึ้น ตามที่มีข่าวออกไป ซึ่งบางร้านก็มีราคาถูกกว่าแอพอื่นๆ นะ Foodpanda ก็มีบริการส่งฟรี ในระยะทางที่ใกล้กับร้านค้าด้วย ถ้าเกินระยะที่กำหนด จะมีราคาเริ่มต้น 9 บาท มีราคาขั้นต่ำในการสั่ง ร้านอาหารก็ถือว่ามีเยอะอยู่พอสมควรเลย ส่วนใหญ่จะทำร่วมกับร้านค้าแบรนด์ใหญ่ๆ ด้วยการใช้โค้ดในการสั่งซื้อ นอกจากนี้ยังมีโค้ดในแอพ และมีเกมให้เล่น เพื่อลดราคาค่าอาหารด้วย ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ สามารถสั่งอาหารผ่านแอพ และไปรับที่ร้านเองได้ด้วย ช่วยประหยัดเวลาในการรอ และยังได้ส่วนลดอีกเยอะเลย

ไลน์แมน (LINE MAN)

Line Man ก็เป็นอีก 1 แอพสำหรับการสั่งอาหาร ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีราคาส่ง ที่ถูกมาก่อนเป็นหลัก เริ่มต้นค่าส่งในระยะ 3 กิโลเมตรแรกฟรีไปเลย ไม่ต้องจ่ายค่าส่งเพิ่ม แต่ถ้าระยะทางเกิน 3 กิโลเมตร จะมีราคาส่งเริ่มต้นที่ 10 บาท ส่วนร้านอาหารภายในแอพ ก็มีเยอะมากเหมือนกัน เนื่องจากได้ทำร่วมกับ Wongnai จึงทำให้ร้านอาหารที่อยู่ในเว็บ Wongnai เข้าร่วม Line Man เพื่อส่งอาหาร และมีข้อมูลมากขึ้นด้วยนั่นเอง ซึ่ง Line Man เองก็มีคนส่งเยอะอยู่แล้ว เพราะได้ฐานมาจาก Lalamove นอกจากนั้นยังมีโปรโมชันมากมาย จ่ายได้หลายช่องทาง รวมไปถึงส่วนลดแบบคูปอง โค้ดลดราคา และร่วมเล่นเกมเพื่อรับของรางวัลอีก และนอกจากจะส่งอาหาร ก็ยังมีบริการอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย

สกู๊ตตาร์ (SKOOTAR)

แอพที่มีทั้งส่งของ และส่งอาหาร (ไม่ส่งเค้ก) โดยการใช้งานนั้น จะเป็นการให้เราเลือก สถานที่ตั้งของร้าน และเลือกที่ตั้งของตัวเอง แล้วให้ SKOOTAR เป็นแมสเซ็นเจอร์ ไปรับของให้ ก่อนจะนำมาส่งให้เราอีกที ซึ่งข้อดีก็คือ เราจะสามารถซื้ออาหารได้ เท่ากับราคาจริงที่ร้านขายเลย เพราะไม่ได้นำเอาราคาจากร้านค้าที่เข้าร่วมกับแอพ แต่เป็นการให้แมสเซ็นเจอร์ ไปรับอาหารให้แทน จึงเสียแค่ค่าส่งเท่านั้น ส่วนการหาร้านก็ให้พิมพ์ชื่อร้าน เข้าไปที่ช่องสถานที่รับของได้เลย นอกจากนี้ยังมีโค้ดโปรโมชัน และส่วนลดอีกมากมายในแอพให้ใช้ด้วย ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยสำหรับแอพ นี้

โกเจ็ก (Gojek)

แอพนี้ไม่ใช่แอพน้องใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นแอพ Get สีเหลืองๆ ที่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Gojek ซึ่งความจริงก็ชื่อนี้อยู่แล้ว แต่ตอนเข้าไทยใช้ชื่อ Get แล้วจึงเปลี่ยนกลับมา ซึ่งการเปลี่ยนเป็น Gojek ในครั้งนี้ ก็ทำให้คนหันมาสนใจอยู่ไม่น้อย ด้วยโปรฯ ต่างๆ ที่ทำออกมา ทั้งการลดราคาร่วมกับบัตร ในการจ่ายค่าอาหาร หรือร่วมกับร้านค้าแบรนด์ดัง เพื่อลดค่าอาหารลงไปอีก แถมยังมีบริการส่งฟรีในระยะเริ่มต้น ไม่เกิน 3 กิโลเมตรด้วย ส่วนถ้าเกินจากนี้ ก็จะนับตามระยะทาง อาจมีค่าส่งบางร้านที่ไม่เกิน 10 บาท มีขั้นต่ำในการสั่งด้วยนะ ถ้าไม่ถึงจะต้องเสียเงินเพิ่มอีก มีช่องทางการจ่ายหลายช่องทาง และสามารถสั่งอาหาร แล้วไปรับด้วยตัวเองได้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด