VOW โดย AHF รณรงค์ ฉีดวัคซีนทั่วโลก อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อหยุดโควิด-19

07 มิ.ย. 2564 เวลา 7:36 น.

จากการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัส โควิด-19 ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก มีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพื่อขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจลุกลามไปทุกมุมโลก

VOW โดย AHF รณรงค์ ฉีดวัคซีนทั่วโลก อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อหยุดโควิด-19

AHF หรือ มูลนิธิเอดส์ เฮลท์ แคร์ ได้ริเริ่มโครงการ ฉีดวัคซีนให้โลก (VOW: Vaccinate Our World) เชิญชวนให้ชาวไทยและประชาคมโลกร่วมมือกันผ่านโครงการนี้ ช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้กลุ่มประเทศร่ำรวย โดยเฉพาะกลุ่ม G20 และ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ เพิ่มงบประมาณสนับสนุน และขอให้บริษัทยายกเลิกหรือระงับสิทธิบัตรวัคซีนโควิด-19 เป็นการชั่วคราว พร้อมเร่งกำลังการผลิตเพื่อให้ประชาชนโลกกว่า 7,500 ล้านคนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกันทั้งโลก เพราะนี่เป็นหนทางเดียวที่จะยุติการแพร่ระบาดของไวรัสครั้งนี้ได้ AHF ยังรณรงค์กันในเมืองสำคัญๆ ของทุกทวีปทั่วโลก เช่น กรุงเทพมหานคร, โจฮันเนสเบิร์ก, ลอนดอน, เซาเปาโล และ กรุงวอชิงตัน ดีซี

Vaccinate Our World Vaccinate Our World Vaccinate Our World Vaccinate Our World Vaccinate Our World

นายแพทย์ สรัท ชิม ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคเอเชีย มูลนิธิเอดส์ เฮลท์ แคร์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์ของ โควิด-19 ในประเทศร่ำรวยบางประเทศจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ประเทศที่ยากจนหรือมีรายได้ปานกลางส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญกับความยากลำบากในการรับมือกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 เช่น ประเทศอินเดีย ที่ตกอยู่ในสภาวะวิกฤตหลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 300,000 คนต่อวัน ต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์ เช่นเดียวกับยอดผู้เสียชีวิตที่ทะลุ 200,000 รายไปแล้ว

VOW โดย AHF รณรงค์ ฉีดวัคซีนทั่วโลก อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อหยุดโควิด-19

“เราเห็นว่าหนทางเดียวที่จะระงับยับยั้งวิกฤตครั้งนี้คือการทำให้คนทั่วโลกได้รับวัคซีนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เพราะจากข้อมูลจะพบว่าวัคซีนกว่า 700 ล้านโดสที่ผลิตขึ้นมา 87 เปอร์เซ็นต์ถูกจัดส่งไปยังประเทศที่มีฐานะร่ำรวยหรือค่อนข้างรวย มีเพียง 0.2 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่ไปถึงยังประเทศที่ยากจน ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะต้องร่วมกันลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ประเทศที่ร่ำรวย ตลอดจนธนาคารโลกและสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ทั้งหลายช่วยกันบริจาคให้มากขึ้น และในสภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ควรให้มีการยกเลิกหรือระงับการใช้สิทธิบัตรวัคซีนโควิด-19 เป็นการชั่วคราว และขอให้โรงงานเร่งกำลังการผลิตให้มากที่สุด เพื่อให้ทันต่อการแพร่ระบาดและให้ผู้คนกว่า 7,500 ล้านคนทั่วโลกได้รับวัคซีน เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่เราทุกคนจะปลอดภัย”

VOW โดย AHF รณรงค์ ฉีดวัคซีนทั่วโลก อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อหยุดโควิด-19

ขณะที่นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนว่า “ปัจจุบันมีข้อมูลส่งต่อไปมากมายในโซเชียลมีเดีย อ้างถึงผลข้างเคียงของวัคซีนทำให้หลายคนเกิดความกังวลไม่กล้ามารับการฉีด ขอยืนยันว่า การฉีดวัคซีนนั้นดีกว่าไม่ฉีดแน่นอน เพราะจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงหากติดเชื้อ แม้การรับวัคซีนจะเป็นไปตามความสมัครใจ แต่อยากให้ทุกคนถือเป็นหน้าที่รับวัคซีนเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันเพียงพอและปิดจบการระบาดให้เร็ว”

ส่วนประเด็นความสำคัญของการยกเลิกหรือระงับสิทธิบัตรวัคซีนหรือยาต้านไวรัส นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า การแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ต้องตั้งเป้าหมาย 2 ประการ 1.การป้องกัน-เพื่อลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งต้องใช้วัคซีน 2.การรักษา-เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต ต้องใช้ยาต้านไวรัส ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการที่เป็นระบบ โดยระบบสิทธิบัตรจะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการป้องกันและรักษา คือ ทั้งวัคซีนและยา ซึ่งผู้กำหนดนโยบายจะต้องเข้าใจและต้องทบทวนว่ามีกฎระเบียบใดที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดอุปสรรคในการเข้าถึงวัคซีนและยาหรือไม่ แล้วต้องแก้ไขโดยเร็ว

“ทั่วโลกจะต้องให้ความสำคัญกับระบบทรัพย์สินทางปัญญา ต้องไม่ปล่อยให้มันมาเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการป้องกันและรักษาพยาบาลของประชาชน ยาและวัคซีนไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นปัจจัย 4 เป็นสินค้าเชิงคุณธรรมที่มีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายจะต้องมีความกล้าหาญพอที่จะยกเลิกคำขอสิทธิบัตร หรือต้องประกาศทำ CL ยา (การบังคับใช้สิทธิตามสิทธิบัตรยา) กรณีที่มีการจดสิทธิบัตรไว้แล้ว เพื่อทำให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงยาและวัคซีนได้อย่างเท่าเทียมกันและยั่งยืน”

VOW โดย AHF รณรงค์ ฉีดวัคซีนทั่วโลก อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อหยุดโควิด-19

แมทธิว ดีน พิธีกรและนักร้องชื่อดัง ได้เล่าประสบการณ์ว่า “หลังจากที่ทราบผลว่าติดเชื้อก็เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที โดยต้องรักษาอยู่นานกว่า 1 เดือน ความเจ็บปวดทรมานจากการรักษาไม่เท่ากับความทรมานใจจากความกังวลว่าจะเอาเชื้อไปติดคนในครอบครัวในช่วงแรกที่รู้ผลตรวจ ขณะเดียวกันระหว่างที่รักษาตัวก็ต้องห่างจากครอบครัว จากคนที่เรารัก อยากจะกอดก็ทำไม่ได้ จึงอยากฝากถึงทุกคนว่าขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ให้สวมหน้ากากและล้างมือทุกครั้งก่อนจะสัมผัสทุกส่วนของใบหน้า รวมทั้งหากไม่จำเป็นให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะที่มีคนหนาแน่น ไม่ได้จะให้ทุกคนหวาดกลัว แต่ขอให้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาท และการ์ดอย่าตก ทั้งนี้เขาถือเป็นดาราคนแรกที่ออกมากระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงอันตรายของ โควิด-19 และให้ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท”

เราสามารถร่วมเป็นหนึ่งพลังเสียงกับโครงการ VOW : Vaccinate Our World ได้โดยเผยแพร่โครงการ VOW ด้วยการทวีตและโพสต์ภาพหรือข้อความลงในช่องทางโซเชียลมีเดีย ทั้งทาง Facebook, Instagram, Twitter หรือ Tiktok แล้วติดแฮชแท็ก #VaccinateOurWorld #VOWnow #AHFThailandb หรือติดตามโครงการนี้ได้ที่ VaccinateOurWorld.org

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด