21 ตุลาคม วันรักต้นไม้แห่งชาติ เพราะต้นไม้คือมรดกที่มนุษย์พึงหวงแหน

20 ต.ค. 2564 เวลา 16:48 น. 359

ทุกวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันรักต้นไม้แห่งชาติ แต่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เหมือนมนุษย์จะไม่ค่อยรักมันเอาซะเลย ประเทศไทยก็มักได้ยินการลักลอบตัดไม้เถื่อนเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศอยู่เรื่อยมา และยังคงเป็นเรื่องที่หาทางแก้ไขได้ยาก

ทุกวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันรักต้นไม้แห่งชาติ แต่รู้ไหม ประเทศไทยเสียพื้นที่ป่าไม้มากขึ้นทุกปี ไม่ต่างกับต่างประเทศ ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศในปี พ.ศ.2561-2562 จำนวน 102,484,072.71 ไร่ หรือคิดเป็น 31.68 ของประเทศ ซึ่งลดลงจากปี พ.ศ.2560-2561 จำนวน 4,229.48ไร่ นั่นจึงเป็นเหตุให้สถานการณ์ป่าไม้ในประเทศไทยนั้นดูจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

ป่าไม้คือมรดกทางธรรมชาติที่มนุษย์เราต้องรักษาไว้ และไม่ได้มีมนุษย์เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถครอบครองผืนป่าได้ ทุกผืนป่ายังเป็นบ้านและแหล่งหาอาหารที่สำคัญของสัตว์ป่า

ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งตามแผนนโยบายป่าไม้แห่งชาติมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เพื่อการอนุรักษ์และเพื่อเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศไทย ใน 40 เปอร์เซ็นต์ที่ว่านี้จะแบ่งออกเป็น ป่าอนุรักษ์ 25% หรือ 81 ล้านไร่ และพื้นที่ป่าเศรษฐกิจและป่าชุมชน 15% ส่วนพื้นที่เขตความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชมีอยู่ประมาณ 22.6% หรือ 73 ล้านไร่ของพื้นที่ประเทศไทย และส่วนที่ยังขาดอีก 2.4% หรือ 7.75 ล้านไร่อยู่ในกระบวนการรับมอบพื้นที่จากกรมป่าไม้ ซึ่งจะได้ครบตามเป้า 25% ของพื้นที่ประเทศไทยภายในปีพ.ศ.2569

รายงานปี 2562 ป่าไม้ในประเทศไทยดูดซับคาร์บอน (CO2) ได้ 282.36 ล้านตัน แต่ประเทศไทยเองก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนกลับขึ้นไปได้ถึง 260.3ล้านตัน เป็นลำดับที่ 20 ของโลก จากปัจจัยหลัก 3 ประการคือ การเผาไหม้พลังงานถ่านหิน อุตสาหกรรมการผลิตและการเกษตร

ป่าไม้ประเทศดูดซับและปล่อยก๊าซคาร์บอนในปริมาณที่สูสีกัน ซึ่งอาจเป็นการดีที่จะนำไปสู่ Net zero ได้ แต่ในความเป็นจริงนั้นอัตราร้อยละการปล่อยก๊าซยังมีมากกว่านี้อีกเกือบเท่าตัวเชียวบ่ะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นโยบายมาตรการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 มาจากไหน?

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2561-2580 เป็นแผนพัฒนาประเทศที่กำหนดกรอบและแนวทางในการพัฒนาของหน่วยงานรัฐทุกภาคส่วน ตามคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในการพัฒนาประเทศให้เป็นไปตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบไปด้วย 6 ยุทธศาสตร์ด้วยกัน คือ

  1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
  2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
  3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
  4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
  5. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

แต่สำหรับการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมจะอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในปีพ.ศ.2562 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่า 102.49 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 31.68 และมีพื้นที่เมือง 221.04 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 68.3 จะเป็นเปอร์เซ็นต์ความไม่สมดุลอย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่ป่าและชุมชนเมือง

การปล่อยก๊าซจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันจากท่อยานยนต์ และก๊าซ CFC จากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆเป็นปัจจัยหลักของการสะสมก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ

อีกปัญหาหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญและเป็นข้อพิพาทคือเรื่องที่รัฐทวงคืนผืนป่ากับชาวบ้านที่อยู่อาศัยกับป่ามาตั้งแต่บรรพบุรุษ เนื่องด้วยการประกาศพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติและพ.ร.บ.ป่าชมุชนปี พ.ศ. 2562 ที่จะมีการรังวัดที่ดินในเขตชุมชนภายใน 240 วันเพื่อเวนคืนผืนป่าสู่การคุ้มครองดูแลโดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน และมีข้อจำกัดจากคนในพื้นที่ชุมชนและบริเวณใกล้เคียงห้ามเข้าไปใช้วิถีชีวิตดังเดิมในบริเวณที่ถูกเวนคืน มีกฎหมายกำหนดคุ้มครองป่าชัดเจน รวมไปถึงข้อห้ามและกฎการเข้าป่าที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้กระบวนการเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนร่วมกันหาทางออกระหว่างชุมชนกับรัฐ ว่าจะหาทางออกได้หรือไม่

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เพราะฉะนั้นป่าไม้และต้นไม้ทุกต้นจึงสำคัญกับมนุษย์เรา ที่จะต้องช่วยกันรักษา มนุษย์ไม่สามารถอยู่รอดได้โดยปราศจากต้นไม้ พันธุ์พืชและสัตว์ป่า หากจำนวนประชากรมนุษย์ไม่สมดุลกับจำนวนป่าไม้ที่เหลืออยู่ การกำจัดก๊าซคาร์บอนที่มนุษย์ใช้อยู่ทุกวี่ทุกวันนั้นคงจะเป็นเรื่องยากที่มนุษย์จะอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายมากขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้วันต้นไม้แห่งชาติจึงถูกจัดตั้งขึ้น จากพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่จะฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติด้วยทรงปลูกและบำรุงต้นไม้ด้วยพระองค์เองเสมอมาและทรงถ่ายทอดความสำคัญสู่องค์กรและผสกนิกรคนไทยให้ช่วยกันดูแลรักษาและให้ความสำคัญกับต้นไม้และพืชพันธุ์อยู่เสมอ เพราะต้นไม้มีบุญคุณต่อเรามากมายเหลือเกิน ดังนั้นคณะรัฐมนตรีจึงอนุมัติในหลักการกำหนดให้วันพระราชสมภพของพระองค์คือวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ

ที่มาข้อมูล มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ กองนโยบายและแผนมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ