svasdssvasds

สงกรานต์นี้ เดินทางไกลอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน?

สงกรานต์นี้ เดินทางไกลอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน?

วิธีประหยัดน้ำมันรถ ช่วงเทศกาลเชื่อว่ามีใครหลายคนกำลังวางแผนที่จะกลับบ้านต่างจังหวัดหรือไปเที่ยวไกลๆ แต่ขับขี่อย่างไรให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้นะ?

เทศกาลสงกรานต์นี้ ใครมีแผนเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง ใครมีแผนที่จะขับรถกลับบ้านต่างจังหวัดไกลๆบ้างไหม งั้นดีเลย บทความนี้ Springnews ร่วมกับ ปตท. ชวนผู้ขับขี่เตรียมตัวและเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนเดินทางไกล ทำอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสร้างการขับขี่อย่างปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย Save ทั้งเงิน Save ทั้งโลก และ Save ทั้งชีวิตแบบนี้ พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

แม้ว่าสงกรานต์นี้หลายคนอาจจะไม่ได้เล่นน้ำตามประเพณีเหมือนกับปีก่อนๆ แต่เชื่อว่าต้องมีคนเดินทางไกล ไม่ว่าจะไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือกลับบ้านต่างจังหวัด แต่การเดินทางไกลแบบนี้แน่นอนว่า อาจจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าเติมน้ำมันระหว่างการเดินทาง บวกกับช่วงนี้ราคาน้ำมันก็ยังคงสูงอยู่บ้าง แต่ทำยังไงให้การเดินทางไกลของเรานั้น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้นะ Springnews มี 10 วิธีประหยัดน้ำมันมาให้ได้รู้จักกันแหละ

สงกรานต์นี้ เดินทางไกลอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน? วิธีที่ 1 : ไม่เหยียบเบรกกะทันหันบ่อยๆ เพราะการเหยียบเบรกทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันถึง 40% ใช้การชะลอตัวแทน

การเหยียบเบรกบ่อยๆไม่เป็นผลดีต่อตัวเครื่องยนต์ และทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ โดยมีผลจากงานวิจัยในยุโรปกล่าวว่า การเบรกบ่อยๆทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันถึง 40% ดังนั้นเวลาขับรถ ควรสังเกตสิ่งรอบข้างและมีสติอยู่เสมอ จะทำให้เราไม่ต้องเหยียบเบรกบ่อยๆ จะช่วยประหยัดน้ำมันและรักษาคุณภาพยางและผ้าเบรกไม่ให้สึกก่อนเวลาได้

นอกจากนี้อย่าขับรถแข่งกับสัญญาณไฟจราจร เบรกเร็วหรือการเร่งแซง ก็สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้เช่นเดียวกัน การขับขี่อย่างเร่งรีบเกินความจำเป็นหรือดุดัน สามารถทำให้เราสิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึง 33% ดังนั้นหากจะเร่งความเร็วให้ค่อยๆเหยียบคันเร่งเพื่อออกตัว หรือถ้าจะเบรก ให้ค่อยชะลอความเร็วเอา จะช่วยประหยัดน้ำมันได้เยอะเลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิธีที่ 2 : ขับรถด้วยความเร็วคงที่และสม่ำเสมอ

หลายคนเข้าใจว่า การขับรถด้วยความเร็วไม่สูงจะช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ในความเป็นจริงการรักษาความเร็วให้คงที่และสม่ำเสมอ เป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยให้รถของเราประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ รถแต่ละคัน ก็จะมีระดับความเร็วที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดไม่เท่ากัน ดังนั้นการขับช้าเกินไปหรือขับเร็วเกินไปก็กินน้ำมันเหมือนกัน

ข้อมูลจากทางยุโรป สำหรับการขับรถขึ้นเนินหรือขึ้นเขาจะยิ่งทำให้เราเปลืองน้ำมันไปอย่างรวดเร็ว หากมีการขึ้นเนินให้ค่อยๆเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถึงเนิน จากนั้นค่อยๆลดความเร็วลงเมื่อคุณขับรถขึ้นไป

วิธีที่ 3 : เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและตรวจเช็คเครื่องยนต์ตามระยะทาง

สิ่งสำคัญเลยคือสภาพความพร้อมของรถยนต์ การตรวจสอบสภาพรถยนต์ตามคู่มือรถยนต์แต่ละรุ่นจะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 3-9 % การปล่อยปะละเลย ไม่ตรวจเช็คจะส่งผลเสียหลายด้าน ทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานสั้นลงและกินน้ำมันมากขึ้น

หมั่นตรวจเช็คไส้กรองอากาศ ระบบระบายความร้อน เช็คหัวเทียนเสื่อมสภาพ การจุดระเบิดและการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง เป็นต้น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด รถที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามรอบระยะจะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันน้อยกว่ารถที่ไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นเวลานาน

วิธีที่ 4 : บรรทุกของเท่าที่จำเป็น ยิ่งบรรทุกหนักที่ยิ่งกินน้ำมันมากขึ้น

น้ำหนักรถมีผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมัน เพราะเมื่อมีของเยอะขึ้น เครื่องยนต์เราก็จะทำงานหนักขึ้น ทำให้รถเราต้องใช้น้ำมันเยอะกว่าปกติ ถ้าเราลดการบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็นออก ก็จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ บรรทุกของหนักแต่พอดีและเท่าที่จำเป็น

โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีการขนส่งสินค้าเต็มคันรถ ที่เชื่อว่ายิ่งขนมากเท่าไหร่ภายใน 1 เที่ยวจะยิ่งคุ้มกำไรเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ยิ่งบรรทุกหนักมาเท่าไหร่ เครื่องยนต์ก็ยิ่งซดน้ำมันมากขึ้นตามไปด้วย แถมยังทำให้เครื่องยนต์และกลไกอื่นๆของรถ มีอายุการใช้งานสั้นลงอีกต่างหาก จึงขอแนะนำว่าบรรทุกแต่พอดี และเท่าที่จำเป็นจะดีกว่า

แบบนี้ก็ไม่เอาาาา

วิธีที่ 5 : สำหรับรถกระบะ วางของท้ายกระบะให้สมดุล ไม่หนักไปข้างใดข้างหนึ่ง

ควรจัดวางสิ่งของลงกระบะให้สมดุล ควรวางของให้อยู่กลางรถ หรือให้น้ำหนักรถสมดุลกัน ไม่ควรวางให้น้ำหนักลงไปข้างใดข้างหนึ่งที่คล้ายกระบะมากเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้หน้ารถเชิด ลำบากในการควบคุมแล้ว ยังทำให้การขับขี่ไม่ปลอดภัยอีกด้วย นอกจากนี้ยังควรขับรถให้ความเร็วคงที่ดังที่กล่าวไปข้างต้น

วิธีที่ 6 : วิ่งด้วยความเร็ว 80-90 กม./ชม. ประหยัดน้ำมันได้ถึง 15-20%

หากขับรถระยะทางไกลให้วิ่งชิดเลนซ้าย ใช้ความเร็วสม่ำเสมอ ประมาณ 80-90 กม./ชม. จะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 15-20% เพราะหากบรรทุกหนักแล้วยังขับเร็ว รถจะยิ่งกินน้ำมันมากขึ้นไปอีกทวีคูณเลย

และรถเกียร์ออโต้บางคันชอบแช่เกียร์ต่ำนานเกินไปก็ ให้ลองเข้าเกียร์ด้วยการยกเท้าออกจากคันเร่งหลังผ่านไป 50 กม./ชม. และเร่งความเร็วอย่างช้าๆเมื่ออยู่ในเกียร์สูง

วิธีที่ 7 : ใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น

เครื่องปรับอากาศสามารถเพิ่มการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถยนต์ได้มากถึง 20% เปิดหน้าต่างเมื่อคุณกำลังขับรถอยู่ในเมือง และใช้ระบบระบายอากาศแบบไหลผ่านโดยเปิดหน้าต่างไว้ขณะอยู่บนทางหลวง หากใช้เครื่องปรับอากาศให้ใช้ฟังก์ชั่นหมุนเวียนซ้ำ จะช่วยให้เราประหยัดพลังงานในรถโดยไม่จำเป็นลงได้

วิธีที่ 8 : ตรวจสอบเส้นทางการจราจรก่อนออกเดินทาง ถนนโล่งๆที่ไม่ทำให้รถติดนานดีต่อเครื่องยนต์

การขับขี่อย่างราบรื่นเรื่อยๆโดยไม่ค่อยมีการจอดแช่เป็นสิ่งที่ดีกับรถยนต์ของคุณ หรือระหว่างการขับรถก็ควรรักษาระยะห่างระหว่างรถของคุณกับคันหน้า สอดส่องสายตาดูสิ่งรอบข้างอย่างระแวดระวังอยู่เสมอ ทั้งคนข้ามถนนและพฤติกรรมของรถคันอื่นๆ เราไม่อาจรู้ได้ว่าพวกเขาจะทำอะไรที่เป็นผลต่อการขับขี่ของเราหรือเปล่า การใช้ความเร็วคงที่ให้ได้ยาวๆบนถนนเป็นสิ่งดี และทำให้เราใช้เชื้อเพลิงน้อยลงได้

วิธีที่ 9 : หมั่นตรวจเช็คลมยางก่อนออกเดินทาง

ยางเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ที่สำคัญต่อตัวรถอย่างมากและเป็นอุปกรณ์ที่แตะพื้นถนนมากที่สุดแทบจะตลอดการเดินทาง และส่งผลต่อการทำงานของรถเป็นสำคัญ การเติมลมยางต่ำเกินไป จะทำให้รถของคุณลากและทำให้เครื่องยนต์รถงานหนักมากขึ้นและจะทำให้เราสิ้นเปลืองน้ำมันไปโดยเปล่าประโยชน์ และเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ขับขี่ด้วย

พื้นถนนในประเทศไทยมีหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นยางจึงสำคัญเพราะส่งผลโดยตรงต่อตัวเครื่องยนต์ของรถ ทำให้มีการใช้งานและอาจทำให้รถเสื่อมสภาพได้ง่าย ดังนั้นสภาพยางจึงสำคัญ ควรตรวจเช็คก่อนออกเดินทางเสมอ

ยางแบนจะทำให้รถลากและทำงานหนักมาขึ้น เครื่องยนต์เสื่อมสภาพง่ายและกินน้ำมันมากขึ้น วิธีที่ 10 : มีสติ และคำนึงทุกขั้นตอนของการเดินทางเพื่อการประหยัดน้ำมันและความปลอดภัยของตัวคุณเอง

ทุกขั้นตอน ที่กล่าวไปข้างต้น การมีสมาธิกับการขับขี่นั้นสำคัญที่สุดและความรับผิดชอบ ในการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ สำหรับการเดินทางไกลจะช่วยเซฟค่าน้ำมันและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

"สงกรานต์นี้เดินทางขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงานเพื่อเรา เพื่อโลก"

ที่มาข้อมูล

BUSINESSTECH

Government of Canada

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

related