svasdssvasds

3 เจ้าลัทธิที่พัวพันความขัดแย้ง ฆาตกรรม และสังหารหมู่

3 เจ้าลัทธิที่พัวพันความขัดแย้ง ฆาตกรรม และสังหารหมู่

ชวนติดตามเส้นทาง เจ้าลัทธิ 3 คนในอดีต ที่เคยโด่งดังบนหน้าข่าวทั่วโลก เรื่องราวที่ผู้คนสนใจ ติดตามขุดคุ้ย เบื้องหลังที่พัวพันกับปัญหาความขัดแย้ง คดีฆาตกรรม และสังหารหมู่ ที่สะเทือนขวัญคนทั้งโลก

จากข่าว สำนักฤาษีของ พระบิดา เจ้าลัทธิที่อ้างตัวว่าเป็นพระบิดาของทุกศาสนา ถูกจับกุมเป็นข่าวดังในรอบสัปดาห์ที่ผ่าน ถูกตีแผ่พฤติกรรมและคำสอนสุดพิศดาร ให้ลูกศิษย์กินปัสสาวะ กินเสมหะ กินอุจจาระ รวมถึงขี้ไคลเป็นยารักษาโรค ชวนให้นึกถึง เจ้าลัทธิระดับโลกในอดีตที่เคยตกเป็นข่าวดัง

โดยที่จะยกมามี 3 คน ที่พัวพันกับปัญหาความขัดแย้ง คดีฆาตกรรม และสังหารหมู่ ที่สะเทือนขวัญคนทั้งโลก เริ่มต้นกันด้วย 

โชโก อาซาฮาระ เจ้าลัทธิโอมชินริเกียว ผู้นำทางจิตวิญญาณที่เชื่อในเรื่องวันสิ้นโลก มีชื่อจริงว่า ชิซูโอะ มัตสึโมโตะ 

เส้นทางประวัติและจุดจบโดยย่อ มีดังนี้ 

  • เกิดเมื่อปี 1955 ในครอบครัวที่ยากจนและมีปัญหาด้านการมองเห็น แต่ก็ได้แต่งงานกับหญิงที่ชื่อ โทโมโกะ และเปิดคลินิกเถื่อน รักษาด้วยการฝังเข็ม โยคะ สมุนไพร จบถูกจับกุมในปี 1982
  • ในปี 1985 ความเชื่อเรื่องลี้ลับแพร่หลายและรัฐชินโตเสื่อมลงหลังประเทศญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ชิซูโอะ สบโอกาส หาช่องทางลงภาพตัวเองลอยตัวกลางอากาศในนิตรสารฉบับหนึ่งและเป็นที่นิยม มีผู้ศรัทธามากขึ้นหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวโกเบ ในปี 1995 ซึ่งตรงกับที่ ชิซูโอะ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ถึงวันสิ้นโลกก่อนหน้านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

  • ในปี 1993 เมื่อมีผู้เข้าร่วมลัทธิหลายพันคนทั้งในญี่ปุ่นและทุกมุมโลก จึงทำการสร้าง ศูนย์ฟูจิสำเร็จ ฐานปฏิบัติการลับของลัทธิ ที่มีทั้งก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ ห้องขัง คลินิก และส่วนประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ครบวงจรและก็เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนา ซาริน ขึ้นจากเครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆ ที่ทันสมัย เพื่อมีจุดมุ่งหมายที่จะสังหารผู้คนจำนวนมาก
  • เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1995 สมาชิกลัทธิโอม ได้ก่อเหตุใช้ “ซาริน” ที่เป็นก๊าซพิษไร้สีไร้กลิ่น มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ภายในสถานีรถไฟ 5 แห่งพร้อมกันในเวลา 8 โมงเช้าที่เป็นเวลาที่คนใช้งานพลุกพล่านมากที่สุด จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 6,000 คนเป็นเหตุการณ์วินาศกรรมที่สร้างความตื่นตระหนกและสะเทือนขวัญที่กลางกรุงโตเกียวที่โด่งดังไปทั่วโลกและเป็นที่ติดตาม 
  • วันที่ 16 พฤษภาคม 1995 ตำรวจสามารถจับกุม โชโกะ อาซาฮาร่า มาดำเนินคดีได้สำเร็จแต่ก็ใช้เวลาสืบสวน สอบถาม เพื่อหาข้อมูลเชือมโยงกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในสถานีรถไฟหลังจากเหตุการณ์ประชาชนเกิดความหวาดกลัวที่จะใช้บริการรถไฟใต้ดินจึงทำให้ธุรกิจแท็กซี่เติบโตเป็นอย่างมาก
  • จนเมื่อเดือน 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 ศาลได้มีคำสั่งตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ นายโชโกะ อาซาฮาระ ในวัย 63 ปีและแกนนำลัทธิโอมฯ 6 คน ในข้อหาฆ่าและพยายามฆ่า ลักพา ผลิตยาต้องห้าม และข้อหาอื่น ๆ ที่เป็นข้อหาหนัก แต่อย่างไรก็ตามจนบัดนี้ยังมีผู้นับถือลัทธิดังกล่าวนี้อยู่

ชาร์ล แมนสัน Charles Milles Manson กลุ่มหรือลัทธิที่ชื่อว่า ครอบครัวแมนสัน (Manson Family) เบื้องหลังคดีฆาตกรรม หมู่สุดสยองขวัญ ช็อกโลก ที่บ้านพักของดาราสาวชื่อดัง ชารอน เทต (Sharon Tate) โดยมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุถึง 5 คนและลูกในท้อง 8 เดือน ของนักแสดงสาว

Manson1968.jpg
By California Department of Corrections and Rehabilitation - California Department of Corrections and Rehabilitation, Public Domain, Link

เส้นทางประวัติและจุดจบโดยย่อ มีดังนี้ 

  • เกิดเมื่อ 12 พฤศจิกายน 1934 แม่ของเขามีอายุเพียง 16 ปี โดยชื่อแรกที่เขาได้รับคือ "no name Maddox" ก่อนจะเปลี่ยนในสัปดาห์หลังจากนั้น เขาเลี้ยงดูโดยแม่ที่ยังไม่พร้อมมีลูกจึงไม่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่ และแม่ก็ต้องเข้าๆ ออกๆ คุกบ่อยครั้งในช่วงเวลาที่เขาเป็นเด็ก แม้เขาจะเป็นเด็กฉลาดมีไอคิวสูงถึง 109 แต่ก็มีแนวโน้มต่อต้านสังคมจนมีบันทึกว่าเขาก่อเหตุวุ่นวายครั้งแรกตั้งแต่อายุได้เพียง 7 ขวบ 
  • เมื่ออายุได้ 13 ปีก่ออาชญากรรมแรกด้วยการปล้นร้านค้าและปั๊มน้ำมัน นำเงินไปกินเหล้า เมายา และเข้าสถานพินิจเรื่อยมา นับตั้งแต่นั้น
  • ในปี 1967 Manson ก็เริ่มมีกลุ่มผู้ติดตามซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวจากแคลิฟอร์เนีย พวกเขาเป็นที่รู้จักกันต่อมาเป็นครอบครัวแมนสัน
  • ในปี 1968 ชาร์ลส์ได้รู้จักกับเดนนิส วิลสัน มือกลองวง The Beach Boys ผ่านเด็กสาวที่เป็นสาวกของเขา หลังจากนั้นก็ส่งเป็นนางบำเรอแทนการจ่ายค่าเช่าบ้านในช่วงนึง ทั้งคู่สนิทกันเพราะการพี้ยาและทำงานเพลงร่วมกันแต่ง เพลง “Cease to Exist” ที่ตอนหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “Never Learn Not to Love.” 
  • ในปี 1968 เดอะ บีเทิลส์ ปล่อยอัลบั้มที่มี เพลง Helter Skelter และกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวช็อกโลกหลังจากนั้นเพราะ ชาร์ล นำเพลงนี้เป็นอุบายหลอกสาวกให้คล้อยตามความคิดที่เขาอ้างถึงสงครามระหว่างคนผิวขาวและคนผิวดำ เขาใช้แนวคิดนี้ยกตัวเองขึ้นมาเป็นพระเจ้าในหมู่คนนับถือ จนสร้างสถานการณ์เลวร้ายต่อเนื่องหลายๆครั้ง เพื่อให้เกิดความเกลียดชังคนผิวดำ
  • เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1969 ฝันร้ายเกิดขึ้นที่ฮอลลีวู้ด เมื่อ ชาร์ล แมนสัน ออกคำสั่งบ่งการให้สาวก 3 คน Tex Watson, Susan Atkins, และ Patricia Krenwinkel ก่อเหตุคดีฆาตกรรมสุดโหดบุกเข้าบ้านผู้กำกับดัง โรมัน โปลันสกี้ และภรรยาสาว ชารอน เทต ดาราสาวที่กำลังโด่งดัง เพื่อฆ่าทุกคนที่อยู่ในบ้านนั้นรวมแล้ว 5 ศพและทารก 8 เดือนในครรภ์ของดาราสาว สภาพศพแต่ละคนถูกทารุณกรรมอย่างโหดเหี้ยมถูกแทงด้วยมีดและตีด้วยไม้จนเสียชีวิต โดยก่อนออกจากบ้าน หนึ่งในฆาตกรได้ใช้เลือดของ ชารอน เขียนลงบนประตูว่า PIG ซึ่งหมายถึง หมูสกปรก ยังไม่จบแค่วันต่อมาสาวกของเขาก็ยังออกไปก่อเหตุสังหาร สองสามีภรรยานักธุรกิจเพื่อปล้นเอาเงิน โดยออกจากได้ใช้เลือดเขียนข้อความ “Healter Skelter” บทเพลงของ เดอะ บีเทิลส์ ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกล่อมและปลุกใจเหล่าสาวกมาตลอด  
  • เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 ชาร์ล แมนสัน เสียชีวิตลงในขณะอยู่ระหว่างรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำรัฐแคลิฟอร์เนีย ในวัย 83 ปี โดยเป็นเหตุการณ์แรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์เรื่อง Once Upon a Time in Hollywood ที่สร้างโดยผู้กำกับ Quentin Tarantino เพื่ออุทิศและลบล้างภาพความทรงจำสุดโหดที่เกิดขึ้นกับ  ชารอน เทต และเพื่อนเรื่องราวของเขา ได้ถูกนำไปสร้างสารคดีและภาพยนตร์ที่อ้างอิงถึงคดีสุดโหดดังกล่าวต่อมาอีกหลายเรื่อง

Acharya Rajneesh หรือ โอโช (Osho) ผู้นำลัทธิที่ทำให้ชาวอเมริกันตื่นตระหนกนี้มีชื่อว่า ภควัน ศรี ราชนีช หรือชื่อเดิม รัชนีศ คุรุปรัชญาชาวอินเดียที่โด่งดังและมีผู้ติดตามหลายหมื่นคนในขณะนั้น ได้รับฉายาว่า กามคุรุ เนื่องจากแนวทางคำสอนที่ให้แสดงออกด้านเพศสภาพของมนุษย์อย่างเต็มที่ 

เรื่องราวเบื้องหลังเหตุการณ์ของเขาได้ถูกสร้างเป็นซีรี่ย์สารคดีเรื่อง Wild Wild Country เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณช่วงยุค 60s ผ่านปากของผู้ติดตามใกล้ชิดและฟุตเทจจำนวนมาก

เส้นทางประวัติและจุดจบโดยย่อ มีดังนี้ 

  • เกิดเมื่อ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1931 ที่ประเทศอินเดีย 
  • ในปี ค.ศ. 1970 ปักหลักแสดงคำสอนแก่สาวกหรือที่เรียกว่า นวสันนยาสิน อยู่ที่เมืองมุมไบ ปีถัดจากนั้น ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ภควาน ศรี รัชนีศ 
  • ในปี ค.ศ. 1974 มีชื่อเสียงโด่งดังไปไกลในต่างประเทศ เขาจึงย้ายไปตั้งอาศรมที่เมือง ปูเน เพื่อให้การบำบัดแก่ชาวตะวันตกที่มาเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้น
  • ในปี ค.ศ. 1981 ย้ายสำนักไปตั้งที่ รัฐออริกอน ตั้งชื่อว่า "รัชนีศปุรัม" ด้วยแนวคิดสุดโต่ง จึงทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นกับประชาชนในพื้นที่และรัฐบาลท้องถิ่น จนมีส่วนพัวพันกับการสอบสังหารประชาชนและอัยการประจำรัฐโดยหนึ่งในสาวกเป็นคนรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำผิด
  • เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1989 หลังจากที่โดนขับออกจาก สหรัฐอเมริกา เขาเปลี่ยนชื่อเป็น โอโช รัชนีศ จนย่อเหลือเพียง โอโช ในเดือนกันยายน
  • ในปี ค.ศ. 1990 สุขภาพอ่อนแอลง และถึงแก่กรรมในวัย 58 ปี โดยการตายของเขายังเป็นปริศนาและมีคนตั้งข้อสังเกตว่าจะโดนปลิดชีพเพื่อทรัพย์สมบัติหรือไม่

โดยสารคดีเเรื่อง Wild Wild Country ได้ดำเนินเรื่องโดย เลขาคนสนิทของเขาที่ชื่อว่า อนันด์ ชีลา ผู้อยู่เบื้องหลังแผนการต่างๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งบานปลายต่อมา

ที่มา

1 2 3