Spring News

สธ.ชี้สำนักฤาษีของ "พระบิดา" ทำผิดกฎหมายสาธารณสุข มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

11 พ.ค. 2565 เวลา 3:21 น. 1.3k

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยสำนักฤาษีของ "พระบิดา" ที่เปิดรับรักษาโรคทุกชนิดโดยการรักษาให้ผู้ป่วยกินปัสสาวะ กินอุจจาระ กินเสมหะ มีการปฏิบัติที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข โดยเฉพาะการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมหมอปลา นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ สำนักประหลาดในพื้นที่ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ อ้างตัวเองว่าเป็นพระบิดาของทุกศาสดา โดยจากการเข้าตรวจสอบภายในสำนัก พบเจอร่างผู้เสียชีวิตถึง 11 ราย มีการอ้างว่า รอการขึ้นสวรรค์ ขณะที่ทางลูกศิษย์แจ้งว่าไม่สามารถนำใบยืนยันการเสียชีวิตมาให้ดูได้ 5 ราย

 นอกจากนี้ยังพบ ชายสูงอายุ ลักษณะผมยาว หงอกขาว ที่อ้างตัวว่าเป็นพระบิดาของทุกศาสนา ยังมีการให้ลูกศิษย์กินปัสสาวะ กินเสมหะ กินอุจจาระ รวมถึงขี้ไคลเป็นยารักษาโรค เบื้องต้นทางตำรวจได้เชิญตัวชายสูงอายุคนดังกล่าวออกจากสำนัก ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนต่อต้านของลูกศิษย์ที่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวชายสูงอายุคนดังกล่าวออกไป 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• “ฤาษีจนมุม” สาธารณสุขบุกตำหนักฤาษี โพสต์เฟซบุ๊กขายลูกตุ้มจักรวาลรักษาโควิด19

• ลูกศิษย์ฤาษีเณร เสริมมงคลอาบน้ำมนต์ในคืนวันเพ็ญ ตะลึงเกิดพระจันทร์ทรงกลดในพิธี

• ร่างทรง หนังสยองเทรนด์ใหม่ สะท้อนความเชื่อ ตัวแทนเรื่องเล่า soft power ไทย

 เมื่อพิจารณาการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมภายใต้กฎหมาย ว่าด้วยการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง พบว่า มีการปฏิบัติที่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขในหลายประเด็น ตั้งแต่การจัดการสิ่งปฏิกูล ซึ่งตามกฏหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ปัสสาวะ อุจจาระ และเสมหะ เข้าข่าย เป็นสิ่งปฏิกูลตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ตามมาตรา 4 โดยกำหนดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ปฏิบัติให้ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูลตามข้อบัญญัติท้องถิ่น ที่กำหนดเกี่ยวกับสุขลักษณะของการจัดการสิ่งปฏิกูลตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการสิ่งปฏิกูล พ.ศ. 2561 กรณีฝ่าฝืนกฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการสิ่งปฏิกูล พ.ศ. 2561 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ตามมาตรา 68

 อธิบดีกรมอนามัย เผยอีกว่า สำหรับการจัดการมูลฝอย หากพบว่ามีการรักษาคนป่วยในสำนักฤๅษีของ "พระบิดา" กรณีที่มีมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากการรักษาผู้ป่วยเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจสอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวปฏิบัติให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะ โดยต้องมีการคัดแยกมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากผู้ป่วยออกจากมูลฝอยทั่วไป จัดหาภาชนะรองรับมูลฝอยที่เหมาะสม มีฝาปิดมิดชิด เป็นต้น

 

 

  หากพบว่ามีผู้ที่ป่วยเป็นโรคติดต่อ หรือโรคติดเชื้อร้ายแรงต้องมีการจัดการมูลฝอยติดเชื้อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 และข้อบัญญัติท้องถิ่นด้วย กรณีฝ่าฝืนกฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. 2560 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ตามมาตรา 68 และกรณีฝ่าฝืนกฎกระทรวงว่าด้วยการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 68/1 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันนี้

 ทั้งนี้ สิ่งที่น่าห่วงคือ สุขอนามัยของผู้เข้ารับการรักษาตามความเชื่อศรัทธา เนื่องจากการกินของเสีย อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของบุคคลนั้นได้ เพราะปัสสาวะ เสมหะ อุจจาระ และขี้ไคล ตามหลักวิทยาศาสตร์นั้น ในอุจจาระจะมีเชื้อโรค แบคทีเรีย พยาธิ เชื้อรา ส่วนปัสสาวะ แม้จะผ่านการกรองออกจากร่างกาย แต่ก็ไม่สมควรนำไปดื่มอยู่ดี ซึ่งเป็นทำนองเดียวกับเสมหะที่ขับออกมา เป็นกลไกการดักจับเชื้อโรคของร่างกาย

 รวมถึงขี้ไคลก็เป็นชั้นของผิวหนังกำพร้าที่ลอกออกมาเมื่อหมดอายุ ซึ่งก็มีการหมักหมมของแบคทีเรียได้ด้วยเช่นกัน รวมทั้งบรรดาลูกศิษย์ที่ปฏิบัติงานในสำนักฤๅษีของ "พระบิดา" จำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกาย เพราะการปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทั้งระบบระบายอากาศ กลิ่นเหม็นที่เกิดจากสิ่งปฏิกูลที่มีการหมักหมมเป็นระยะเวลาหลายปี ทำให้ต้องสูดดมหรือสัมผัสสิ่งสกปรกเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบหายใจได้ ซึ่งในแง่มุมของจริยธรรมทางการแพทย์ การตรวจร่างกายต้องได้รับการยินยอมจากบุคคลคนนั้นก่อน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ