Breaking ข่าว

จำเขาได้ไหม??? มิตสึโทกิ ชิเกตะ พ่ออุ้มบุญของ 13 ทายาทมหาเศรษฐียุ่น

กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ในฐานะเจ้าของเชื้ออสุจิที่จ้างหญิงไทย อุ้มบุญให้ เป็นข่าวดังเมื่อ เดือนสิงหาคม 2557 เพราะตำรวจตรวจค้นในคลินิกสูตินรีเวช ที่ซัดทอดกัน กรณีรับบริการรับทำเด็กอุ้มบุญ ถึง 9 คน ในเวลานั้น

มาวันนี้ 20 กุมภาพันธ์ ชิเกตะ กลับมาเป็นจุดสนใจของสื่ออีกครั้ง เพราะเขาสามารถชนะคดีในศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่พิพากษาให้เขามีสิทธิเป็นผู้ปกครองเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญตามกฎหมาย โดยเหตุผลว่า การอุ้มบุญที่เกิดขึ้นนั้น กระทำก่อนจะมีประเทศไทยจะมีกฎหมายอุ้มบุญ อีกทั้งศาลคำนึงถึงสวัสดิภาพและโอกาสของเด็กที่พึงจะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดาที่แท้จริง

ย้อนเหตุการณ์กลับไป เมื่อมีพลเมืองดีแจ้งว่าในอาคารชุด ลาดพร้าว 130 เป็นห้องที่เลี้ยงทารกจำนวนมากไว้กับพี่เลี้ยง โดยไม่มีพ่อแม่ดูแล เมื่อตำรวจได้รับแจ้งก็ไปตรวจดุพบว่า มีทารกวัยแรกเกิดจนถึง 3 ขวบนับ 10 คน เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรืออุ้มบุญ ซึ่งพ่อเด็ก คือ มิตสึโทกิ ชิเกตะ ลูกชาวมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น เป็นคนว่าจ้างหญิงไทยให้ช่วยตั้งครรภ์ให้

เมื่อเกิดเป็นคดีฟ้องร้องกันขึ้น 3 ปีกว่า ที่ผ่านมา นายชิเกตะ ได้ต่อสู้ทางกฎหมายในการขอรับเด็กทั้ง 13 คน กลับไปเลี้ยงดูที่ญี่ปุ่น โดยมอบให้ทนายความยื่นคำต้องต่อศาลเยาวชนฯ และชนะคดีในที่สุด

ชิเกตะ ให้สัมภาษณ์ว่า เขาต้องการมีลูกมากๆ เนื่องจากตัวเองเกิดในครอบครัวใหญ่ อยากให้ลูกเติบโตเพื่อสืบทอดธุรกิจของเขาที่มีมูลค่ามหาศาล ทั้งในญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์

เมื่อค้นดูประวัติของ ชิเกตะ พบว่าเศรษฐานะความเป็นลูกชายของมหาเศรษฐีแดนอาทิตย์อุทัย ของผู้พ่ออย่าง นายยาซูมิสึ ชิเกตะ มีความโดดเด่นเพราะประสบความสำเร็จในธุรกิจตั้งแต่อายุ 30 ปีต้นๆ ปัจจุบันในวัย 53 ตระกูลชิเกตะ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเครือข่ายโทรคมนาคม ซอฟต์แบงก์ หรือ KDDI หรือ NTT Dokomo เป็นบริษัทผลิตมือถือรายใหญ่ ทั้งนิตยสารฟอร์บ จัดอันดับเป็น 1 ใน 50 มหาเศรษฐีของญี่ปุ่น ด้วยทรัพย์สิน 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 81,000 กว่าล้านบาท

สำหรับลูกชายหญิงที่เกิดจากการอุ้มบุญ ทั้งสิ้น 19 คน โดยเป็น ลูกเชื้อชาติไทย 13 คน ชาย 8 หญิง 5 คน ญี่ปุ่น 4 คน กัมพูชา 2 คน ชิเกตะจะหอบหิ้ว ไปเลี้ยงดูฝ่ายเดียวที่ญี่ปุ่น