ต่างประเทศ

ทำไม? กรุงเทพฯถึงเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม อันดับ 1 ของโลก

CNN ตั้งคำถาม “ทำไมกรุงเทพฯถึงเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม อันดับ 1 ของโลก” แซงหน้าลอนดอนและปารีส

CNN Travel สื่อชั้นนำของโลกเผยแพร่บทความ “เมืองที่ดีที่สุดในโลก: 50 เหตุผล ว่าทำไมกรุงเทพฯถึงครองอันดับ 1” (World’s Greatest City: 50 reasons why Bangkok is No.1) โดยตั้งประเด็นว่า “ทำไมกรุงเทพฯถึงเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม อันดับ 1 ของโลก” แซงหน้าลอนดอนและปารีส ซึ่งพบว่ากรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนที่อื่นในโลกและมีผู้คนที่เป็นมิตรมากที่สุด จึงไม่แปลกเลยที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากถึง 19.41 ล้านคน

เริ่มต้นด้วยเรื่องของอาหาร ถ้านักเที่ยวท่องเที่ยวมาที่กรุงเทพฯให้ลืมอาหารอิตาเลี่ยนหรืออาหารฝรั่งเศสไปได้เลย เพราะอาหารไทยคืออาหารที่ดีที่สุดในโลกแล้ว ตั้งแต่ Street Food ข้างถนน ตลาดสดใจกลางเมือง ไปจนถึง Rooftop Bar ชั้นเลิศบนยอดตึกระฟ้า และยังสามารถหาอาหารทานได้ตลอด 24 ชม.อีกด้วย

กรุงเทพฯ คือ สวรรค์ของการช้อปปิ้ง เพราะมีตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าหรูไปจนถึงตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีตลาดนัดกลางคืนอีกมากมายนับไม่ถ้วนตั้งแต่ย่านพัฒน์พงศ์ที่สีลมไปจนถึงแหล่งวัยรุ่นสุดฮิปที่ตลาดนัดรถไฟรัชดา และด้วยค่าครองชีพที่สมเหตุสมผลก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาที่กรุงเทพฯ เพราะสามารถเข้าถึงบริการระดับ Luxury ได้ในราคาที่คุ้มค่า


ความขัดแย้งในตัวของกรุงเทพฯเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ยากจะหาเมืองอื่นมาเทียบได้ ตั้งแต่การนั่งเรือในคลองที่ให้อารมณ์เหมือนย้อนไปในยุค 90 ไปจนถึงรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่สะอาดและทันสมัย หรือแม้แต่สถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ตั้งอยู่ห่างจากย่านเมืองเก่าออกไปแค่ไม่กี่แยก

คนไทยส่วนใหญ่หน้าตาดีและแต่งตัวดูดีมีสไตล์โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง การพบเจอคนหน้าตาดีในกรุงเทพฯเป็นเรื่องง่ายมากตั้งแต่พนักงานร้านสะดวกซื้อไปจนถึงนักเรียนวัยรุ่นที่แต่งตัวด้วยชุดยูนิฟอร์มในช่วงเปิดเทอมที่ไม่เหมือนที่อื่นในโลก นอกจากนี้สังคมไทยยังเปิดกว้างมากในเรื่อง LGBT (เพศทางเลือก) ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานภาพไหน คนไทยส่วนใหญ่ก็เคารพในสิ่งที่คุณเป็น

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทความที่ CNN ได้นำเสนอเกี่ยวกับกรุงเทพฯในหลายๆมุม ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่ทุกวันนี้ “กรุงเทพฯ” คือ จุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวนนักเที่ยวที่แซงหน้าลอนดอน ปารีสและนิวยอร์ก