เตรียมสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี หลัง 3 อำเภอไม่มีน้ำทำนา

5 มี.ค. 2019 เวลา 12:01 น.

ขณะนี้ปริมาณน้ำตามอ่างเก็บน้ำหลายพื้นที่เหลือน้อยลง โดยที่เเก่งละว้า เเหล่งเก็บน้ำดิบที่ จ.ขอนเเก่น ระดับน้ำเหลือน้อยที่สุดในรอบ 30 ปี ขณะเดียวกันสภาพอากาศที่ร้อนทำให้พื้นดินกักเก็บน้ำไม่อยู่ เกษตรกรต้องออกไปสูบน้ำจากเเหล่งน้ำเข้านา เสียค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

เจ้าหน้าที่กรมชลประทานพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี และตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ นำโดยนายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ลงพื้นที่แม่น้ำเพชรบุรี เพื่อสำรวจจุดตั้งเครื่องสูบน้ำ ในพื้นที่ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง และตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด เพื่อสูบน้ำส่งเข้าระบบชลประทานแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกร

เนื่องจากขณะนี้ เกษตรกรในพื้นที่ 3 อำเภอ 7 ตำบลในจังหวัดเพชรเพชรบุรี ซึ่งประกอบด้วย ตำท่ายาง อำเภอท่ายาง ตำบลถ้ำรงค์ ตำบลไร่มะขาม ตำบลท่าเสน ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด ตำบลดอนยาง และตำบลสำมะโรง อำเภอเมือง ไม่มีน้ำทำนาปรัง ซึ่งจากการสำรวจพบว่า จุดที่เหมาะสมที่จะติดตั้งเครื่องสูบน้ำคือบริเวณปากคลองยอ ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านล้าน โดยจะติดตั้งให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 25 มีนาคม ซึ่งจะช่วยเกษตรกรมีน้ำทำนาปรังในพื้นที่ 4,000 ไร่

ส่วนที่ จ. ขอนแก่น ขณะนี้มีสภาพอากาศที่ร้อนจัดและฝนทิ้งช่วงโดยเฉพาะที่ หมู่บ้านชีกกค้อ ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ กำลังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก หลังปริมาณน้ำในเเก่งละว้าพื้นที่รวม 17,000 ไร่ เหลือน้อยจนเห็นก้นอ่าง

นายอุดม ศรีคัดเค้า อายุ 64 ปี ชาวบ้านที่มาสูบน้ำในเเก่งละว้า กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่โดยรอบแก่งละว้ากำลังเจอภัยแล้งหนักที่สุดในรอบ 30 ปี เพราะปกติทุกปีที่ผ่านมาในช่วงเดือนเดียวกัน ระดับน้ำในเเก่งละว้าจะอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ แต่ปีนี้ระดับน้ำเหลือน้อยมาก ส่วนการสูบน้ำจะสูบ 3 วัน ต่อ 1 ครั้ง และจะต้องเสียค่าน้ำมันประมาณวันละ 500 บาท แต่ตอนนี้ต้องเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อวัน เพราะต้องสูบ 2 ช่วง เนื่องจากที่นาก็ไม่สามารถเก็บขังน้ำไว้ได้นาน เพราะปีนี้แล้งมาก พื้นดินเก็บน้ำไม่อยู่

นายอุดม กล่าวต่ออีกว่า สาเหตุที่น้ำในเเก่งละว้าลดลงมากกว่าทุกปี เพราะก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูระบายน้ำแก่งละว้าติดต่อกันนานถึง 3 เดือน เพราะเกรงว่าน้ำจะท่วม จนชาวบ้านได้รวมตัวกันไปขอร้องให้เจ้าหน้าที่หยุดการระบายน้ำ ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าวแล้วหลายหลังคาเรือนจึงอยากให้หน่วยงานราชการเข้ามาสำรวจ และร่วมกันวางแผนรับมือและให้ความช่วยเหลือ

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะ "อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก" แหล่งน้ำดิบใช้ผลิตน้ำประปาสำหรับประชาชนในตัวเมือง ที่มีปริมาณน้ำลดต่ำในรอบ 30 ปี โดยปัจจุบันเหลือน้ำเพียง 2 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณความจุอ่างทั้งหมด 26 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ต้องใช้น้ำดิบในการผลิตประปาเฉลี่ยวันละ 50,000 ลูกบาศก์เมตร จึงคาดการณ์ว่าน้ำที่เหลือจะสามารถผลิตประปาได้ถึงวันที่ 31 มี.ค.2562 เท่านั้น

ล่าสุด นาย ธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประสานงานกับสำนักชลประทานที่ 8 เพื่อดำเนินการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ระยะทางกว่า 140 กิโลเมตร เพื่อเติมสำรองในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากให้ได้ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ใช้น้ำอย่างประหยัด และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรงดทำนาปรัง เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคช่วงหน้าแล้ง ส่วนสาเหตุที่ปีนี้ปริมาณน้ำในอ่างหลายแห่งลดต่ำกว่าทุกปี เนื่องจากช่วงหน้าฝนที่ผ่านมามีฝนตกสะสมเพียง 800 มิลลิเมตร น้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติอยู่ที่ประมาณ 1,210 มิลลิเมตร