ข่าว

แม่มือใหม่พอใจรัฐช่วย 600/เดือน พ้อ จ่ายจริงมากกว่าเยอะ แต่ยังดีกว่าไม่ได้

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประจำปี 2562 ปรับเกณฑ์ผู้ได้รับสิทธิ์ที่มีฐานรายได้ จากเดิมไม่เกิน 36,000 บาท ต่อปี..ขยายเป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคนต่อปี ทำให้พ่อแม่ผู้มีรายได้น้อยได้รับสิทธิ์มากขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งจะเปิดรับลงทะเบียนรอบใหม่ ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการเพิ่มวงเงินจากเดิมเดือนละ 400 บาท เป็น เดือนละ 600 บาท จะได้รับตั้งแต่อายุ 0-6 ขวบ โดยทาง พม.เปิดให้ลงทะเบียนรับเงินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดไปแล้วเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ถึง 31 ก.ค.2562 และคาดว่าจะมีเด็กเกิดใหม่ได้รับสิทธิ์กว่า 1.5 ล้านคน

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2562 จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562 มีมติสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0 – 6 ขวบ เดือนละ 600 บาท และขยายฐานรายได้จากเดิม 36,000 บาท เป็นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562

นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า มีผู้ได้รับสิทธิ์ไปแล้ว 600,000 คน คาดว่าการขยายฐานรายได้ครอบครัวจะทำให้มีเด็กได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 1,500,000 คน ใช้งบประมาณ 10,400 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พม.ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุน การตรวจสอบสถานะของผู้มีสิทธิ์ และการติดตามความก้าวหน้ากลุ่มเป้าหมาย โดยผู้มีสิทธิ์ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ในส่วนภูมิภาคให้ยื่นคำร้องได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เด็กอาศัยอยู่ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โทร.0-2255-5850-7 ต่อ 121,122,123,147 และ 0 -2651-6534 หรือติดตามที่ Facebook “โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด”

ขณะที่ สปริงนิวส์ ออนไลน์ ได้สอบถามไปยังกลุ่มคุณแม่มือใหม่ เกี่ยวกับโครงการสนับสนุนจากรัฐดังกล่าว โดย รายแรก แม่น้องหนมผิง ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน กล่าวว่า เพิ่งมีบุตรคนนี้เป็นคนแรก โดยครอบครัวมีรายได้ราวๆ 3แสนบาทต่อปี ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับการเลี้ยงดูบุตรตอนนี้ ก็มีค่านม เดือนละราวๆ 3400 บาทค่าผ้าอ้อมเดือนละ 2 ห่อ ห่อละ 1200 บาท ค่าน้ำยาซักผ้าเด็กล้างขวดนมเด็กและค่าสิ่งของจิปาถะอื่นๆเช่น กระดาษชำระ สำลี รวมๆแล้วก็ประมาณ 3000 บาทต่อเดือน นอกนั้นก็จะมีค่าวัคซีน 2เดือนครั้ง ครั้งละประมาณ 3-4 พันบาท ส่วนโครงการเงินสนันสนุนของรัฐเดือนละ 600 บาทนั้นทราบว่ามีโครงการ แต่รายได้เกินคุณสมบัตืที่รัฐตั้งไว้เลยไม่ได้ร่วมโครงการ ซึ่งมองว่าเงินอุดหนุน 600 บาทนี้ สำหรับมารดาที่ให้นมลูกเองอาจจะช่วยลดภาระได้ในระดับหนึ่ง แต่เด็กที่ไม่ได้ทานนมแม่ก็อาจจะช่วยได้น้อย และส่วนตัวอยากให้รัฐสนับสนุนเรื่องค่าคลอดบุตรบ้าง เพราะค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตรค่อนข้างแพง โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน

ขณะที่คุณแม่น้องเฌอแตม ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นานเช่นกัน กล่าวว่าจากรายได้ที่ครอบครัวมีราวๆ 3แสนบาทต่อปี มองว่ายังไม่เพียงพอต่อการดูแลบุตรให้ดีอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งมองว่าโครงการเงินสนับสนุน 600 บาทต่อเดือนของรัฐก็อาจจะพอช่วยแบ่งเบาได้บ้าง แต่ยังเป็นเพียงส่วนน้อย ซึ่งอยากให้รัฐเพิ่มสวัสดิการเรื่องค่ารักษาพยาบาลเด็กและเรื่องการศึกษาด้วย

ด้าน แม่น้องบีกิน กล่าวในลักษณะเดียวกันว่ารายไดที่ครอบครัวมียังไม่พอในการดูแลบุตรให้ได้ดีๆ โดยเฉพาะหากมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นยิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายเข้าไปอีก ส่วนตัวอยากให้รัฐเพิ่มสวัสดิการอาจจะเป็นเงินสนับสนุนที่มากขึ้น หรือช่วยเรื่องการศึกษา ให้เด็กได้มีโอกาสเรียนมากขึ้น และพัฒนาตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน