กาชาดไทย ห่วงคลังเลือดเหลือน้อย ชวนบริจาคโลหิตสู้วิกฤต โควิด19

29 มี.ค. 2563 เวลา 4:06 น.

สภากาชาดไทย จับมือภาคเอกชน เชิญชวนคนไทยบริจาคโลหิต สู้วิกฤตโควิด-19 หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กระจายไปเกือบทั่วประเทศ ส่งผลกระทบให้ปริมาณโลหิตในคลังลดลง เพราะคนบริจาคไม่กล้าออกจากบ้าน

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภา เชิญชวนคนไทยบริจาคโลหิต สู้วิกฤตโควิด-19 หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ปริมาณโลหิตในคลังลดลง พร้อมสร้างความมั่นใจว่าห้องรับบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) ในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกแห่ง เป็นสถานที่ปลอดภัย ด้วยมาตรการป้องกันความปลอดภัยขั้นสูงสุด “เพราะเรา ห่วงใย ใส่ใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ”

จากข้อมูลของ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบให้ปริมาณโลหิตในคลังลดลง เนื่องจากมีผู้บริจาคโลหิตลดลงเป็นจำนวนมาก หากแต่ในขณะเดียวกันยังมีผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตอยู่เป็นประจำ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กรุ๊ป มีความห่วงใยและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเป็นสื่อกลางในการจัดหาโลหิตเพื่อนำไปช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ในสภาวการณ์เช่นนี้

จึงได้ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย เปิดบริการห้องรับบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) อีกครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเดินทางมาบริจาคโลหิตได้ง่ายขึ้น ผ่านห้องรับบริจาคโลหิตถาวรในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทั้ง 5 สาขา ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน (ชั้น 5), เดอะมอลล์ บางแค (ชั้น P ล็อบบี้), เดอะมอลล์ บางกะปิ (ชั้น 3A) และเดอะมอลล์ นครราชสีมา (ชั้น 2) โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น.

นอกจากนี้ ยังได้ออกมาตรการป้องกันความปลอดภัยและสุขอนามัยเชิงรุกตามแนวทางปฏิบัติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าห้องรับบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) ในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกแห่ง เป็นสถานที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีมาตรการ ดังนี้

-ผู้บริจาคโลหิตต้องได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าพื้นที่ทุกครั้ง

-ติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ 70% สำหรับล้างมือให้เพียงพอต่อการใช้งาน

-ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อแอลกอฮอล์ 70%

-ทำความสะอาดพื้นและอุปกรณ์ภายในห้องรับบริจาคโลหิตด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

-ทำความสะอาดห้องพักรับประทานเครื่องดื่มหลังบริจาคโลหิตทุก 1 ชั่วโมง

-เจ้าหน้าที่และพยาบาลผู้รับบริจาคโลหิต ต้องได้รับการตรวจสุขภาพ ตรวจวัดอุณหภูมิ, สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลแอกอฮอลล์ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน

-จัดทำ Social Distancing เพิ่มระยะห่างทางสังคมของทุกจุดบริการ อาทิ จุดลงทะเบียน, ห้องพักรอรับบริการ, เตียงรับบริจาคโลหิต ฯลฯ

ทั้งนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ประสงค์บริจาคโลหิตในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุว่า ผู้ที่ประสงค์บริจาคโลหิตแต่ได้ผ่านการสัมผัสเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือมาจากต่างประเทศ ขอให้งดการบริจาค 28 วัน นับจากวันที่สัมผัสโรค ส่วนผู้ที่ติดเชื้อแต่หายจากโรคแล้วต้องงดบริจาค 180 วัน นับจากวันที่หายป่วย และสำหรับผู้ที่ประสงค์บริจาคพลาสมาให้กับผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจยืนยันว่าไม่มีเชื้อในกระแสเลือด