กรุงเทพมหานคร ข่าว

ซึ้งใจ!! แม่ขโมยเงินกฐินซื้อข้าวให้ลูก ร่ำไห้ขอบคุณทุกความช่วยเหลือ

แม่ขโมยเงินทำบุญกฐินในห้างฯ 160 บาท ร้องไห้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือ ด้านเจ้ากระทรวง พม.สั่งช่วยเหลือ เน้นหาอาชีพเสริม ให้โอกาสยืนด้วยตัวเอง ขณะที่นักธุรกิจใจดีให้เงินช่วยเหลือทุกเดือน-เงินทุนการศึกษา

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อได้โพสต์เรื่องราวสุดสะเทือนใจ เกี่ยวกับกรณี หญิงรายหนึ่ง อายุ 54 ปี ก่อเหตุขโมยเงินทำบุญกฐินที่เสียบไม้ซึ่งวางตั้งไว้ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จำนวน 160 บาท เพื่อนำเงินไปซื้อข้าวให้ลูกทั้ง 2 คนกิน เนื่องจากเงินรายได้ที่มีอยู่จากการรับจ้างล้างจานในร้านฟาสต์ฟู้ดที่ได้รับวันละ300 บาท ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละวัน และถูกจับกุมตัวจากความผิดดังกล่าว ซึ่งหลังจากที่โพสต์ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปนั้นได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ ถึงปัญหาเศรษฐกิจปากท้องในปัจจุบัน

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและพูดคุยกับ น.ส.มิ่งขวัญ (สงวนนามสกุล) ผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าว และบุตรทั้ง 2 คนเพื่อสอบถามความเป็นอยู่และหารือแนวทางให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่ครอบครัวของ น.ส.มิ่งขวัญ

นายจุติ กล่าวว่า จากการพูดคุยเบื้องต้น พบว่า ครอบครัวนี้ค่อนข้างประสบปัญหาด้านการเงิน โดยลูกทั้ง 2 คน จะได้รับเงินเป็นค่ารถไปโรงเรียนวันละ 20 บาทต่อคน หากวันไหนแม่ไม่มีเงิน เด็กทั้ง2 คนก็จะต้องเดินเท้าไปโรงเรียนซึ่งอยู่ห่างจากที่พักพอสมควร ซึ่งในส่วนของการช่วยเหลือก็จะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาคอยติดตามให้การช่วยเหลือ โดยเน้นไปเรื่องของการหาอาชีพเสริมให้กับผู้ปกครองของเด็กทำ เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น ให้เขาได้มีโอกาสยืนด้วยตนเองได้

ขณะเดียวกัน นายธนวัฒน์ ปัญญาสกุลวงศ์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เสนอตัวขอให้การช่วยเหลือเป็นการส่วนตัว โดยจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท และช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา เบื้องต้นทราบว่าน้องทั้ง 2 คน เป็นเด็กเรียนดี เกรดเฉลี่ยประมาณ 3 กว่า

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ด้าน น.ส.มิ่งขวัญ กล่าวทั้งน้ำตา ว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือ ที่ผ่านมายอมรับว่า ครอบครัวลำบากมาก ต้องอดมื้อกินมื้อ ตอนนี้ก็ค้างค่าเช่าห้อง 2 เดือน บางวันไม่มีเงินค่ารถเมล์ไปทำงานก็ต้องเดิน ระยะทาง 5-6 กิโลเมตร ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายอย่าง ประกอบกับตนเองก็มีโรคประจำตัวเป็นโรคเก๊าท์ บางครั้งขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานได้บ้างไม่ได้บ้าง ตอนนี้มีความกังวล หลังจากเกิดเรื่องขึ้นนายจ้างได้เรียกไปคุยและให้หยุดงานชั่วคราวค่อยมาคุยกันใหม่ แต่ก็ไม่ได้ไล่ออก ตนเพียงแต่เกรงว่าจะไม่ได้ทำงานอีก