ข่าวภาคกลาง

แม่น้องซูลุยพิวให้ปากคำกองปราบยันลูกเป็นโปลิโอ – หมอสถาบันนิติแจงชันสูตรไม่เข้าข่าย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ ผอ.กองสารพันธุ์กรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หัวหน้าคณะทำงานในการชันสูตรศพ เด็กชายซูลุยพิว หรือ น้องต้าแง อายุ 2 ขวบ ชาวเมียนมา ที่หายไปกลางไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี ที่เสียชีวิตและพบศพในเวลาต่อมา ระบุว่า  ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือมีรอยแตกหักของกระดูก พบเพียงร่องรอยจากการถูกสัตว์กัดแทะที่ต้นขากระดูกเชิงกรานและใบหน้า ส่วนจมูกที่พบว่าหายไปคาดว่าจะเกิดจากการถูกสัตว์กัดแทะภายหลังจากที่เสียชีวิต เนื่องจากการตรวจสอบชิ้นเนื้อไม่พบว่ามีการช้ำ ซึ่งในทางนิติวิทยาศาสตร์ระบุได้เลยว่าเป็นการถูกสัตว์กัดแทะภายหลังจากที่มีการเสียชีวิตแล้ว

สำหรับประเด็นในเรื่องของกระดูกขาผิดรูป ยืนยันได้ว่าเกิดจากการเน่าสะลายของเส้นเอ็นข้อต่อทำให้สภาพขาที่พบบริเวณจุดเกิดเหตุมีการผิดรูป จากการตรวจสอบทั้งทางการใช้การถ่ายภาพรังสีและการชันสูตรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเน่าเปื่อยไม่พบว่ามีกระดูกร่างกายแตกหัก ส่วนประเด็นของการป่วยเป็นโรคโปลิโอที่มีการพูดถึงจากทางครอบครัว เบื้องต้นจากการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้ความเห็นยืนยันได้ว่าจากการตรวจสอบสภาพศพของเด็กชายต้าแง ไม่พบความผิดปกติของกระดูกที่เข้าข่ายการเป็นโรคโปลิโอ

ดังนั้นสำหรับผลการชันสูตรจากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมสามารถ ยืนยันผลการชันสูตรครั้งนี้ว่ามีความสอดคล้องกับทางนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งต่อจากนี้จะดำเนินการสรุปเป็นอะไรลักษณ์อักษรและจัดส่งให้พนักงานสอบสวนรวมถึงแจ้งให้ทางครอบครัวทราบถึงผลการชันสูตรและแจ้งให้ทางครอบครัวหรือพนักงานสอบสวนดำเนินการรับศพน้องออกจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ต่อไป

ขณะที่ กองบังคับการปราบปราม นายอองมิน เจ้าหน้าทูตแรงงาน สถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย พร้อมกับบิดาและมารดาของ น้องต้าแง ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม

นายอองมิน กล่าวว่า ทางสถานทูตได้รับการร้องขอจากมารดาของผู้ตายให้เข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานงานและตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนก็เสียใจ เรื่องการเสียชีวิตมีความผิดปกติ เห็นข้อสงสัย แต่ตนไม่สามารถพูดได้ และไม่ขอให้ความเห็น เรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นกองปราบปรามยินดีรับเรื่องไว้

ด้านนางมอ กล่าวว่า ตอนนี้ยังรู้สึกที่เสียใจที่ไม่ได้พบศพลูกคนแรก และข้องใจที่ไม่แจ้งพ่อแม่ก่อนนำศพไปชันสูตร ถ้าผลออกมาต่างจากครั้งก่อนจะต้องดำเนินการต่อทางกฎหมาย แต่ถ้าเหมือนรอบที่แล้ว พ่อแม่ยังคงข้องใจการเสียชีวิตของลูก แต่ตนไม่มีพยานหลักฐานจะ ไม่ได้ต้องการปักปำใคร แต่ในฐานะแม่แค่ตั้งข้อสงสัย ยืนยันว่าลูกชายเป็นโปลิโอจริง เพียงแต่ไม่มีเอกสารยืนยัน