ข่าว ข่าวภาคกลาง

เพิ่มโทษ ! ศาลอุทธรณ์คุก 6ปี เสี่ยเบนซ์ ชน 2 นิสิตดับ [คลิป]

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุก 6ปี เจ้าของรถเบนซ์ เสพแอมเฟตามินขับรถ 2 นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิต

ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีอาญา นายเจนภพ วีรพร ขับรถเบนซ์พุ่งชนรถยนต์ฟอร์ด เป็นเหตุให้ นายกฤษณะ ถาวี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ทั้งคู่เป็นนิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิตคาซาก รถฟอร์ดที่ไฟลุกไหม้ทั้งคัน เมื่อปี 2559 โดยศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือนและไม่รอลงอาญา

ซึ่งวันนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เพิ่มโทษ จำคุกจำเลยฐานเสพแอมเฟตามินขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ด้วยการลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้บางส่วน เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี และไม่รอลงอาญา

โดยเรื่องนี้นายวิเชียร ชุบไธสง ในฐานะทนายของนายทิวากร ฮ้อแสงชัย และนางกมลรัตน์ ฮ้อแสงชัย โจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ผู้เป็นบิดามารดาของ “น้องเบนซ์” นางสาวธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ผู้ตาย ต้องการทำคดีนี้เป็นบรรทัดฐานทางสังคมต่อไป

นายวิเชียร ทนายความของครอบครัวผู้เสียหาย กล่าวว่า คดีนี้นับเป็นมาตรฐานใหม่ของการตัดสินคดีในศาล เนื่องจากว่า นายเจนภพ ได้ปฏิเสธที่จะตรวจสารเสพติดหลังจากเกิดเหตุโดยอ้างว่าไม่ได้เสพสารเสพติดอย่างใด ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาตามแนวทางของกฎหมายซึ่งระบุว่าหากผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะตรวจสารเสพติดให้พิจารณาว่าผู้ต้องหาคนนั้นเสพสารเสพติดมาก่อน คดีนี้ศาลจึงพิพากษาว่าผู้ต้องหามีความผิดฐานเสพสารเสพติดขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 3-10 ปี ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษหนักกว่าข้อหาเดิมที่ศาลชั้นต้นตัดสินคือข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ด้าน น.ส.กัญจนา ฮ้อแสงชัย อายุ 31 ปี น้องสาวของ น.ส.ธัญฐภัทร์ หริอ น้องเบนซ ผู้เสียชีวิต กล่าว่าส่วนตัวมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมมาตลอดว่ากฏหมายของประเทศเราเป็นที่เคารพ และให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน และเชื่อว่าเราทุกคนอยากเห็นกฏหมายบ้านเมืองเราในยุคใหม่แข็งแรงยิ่งๆขึ้นไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ส่วนเรื่องบทลงโทษที่เพิ่มขึ้นนั้น น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็นเพราะถือเป็นดุลยพินิจของศาลฯ ที่ท่านพิจารณาตัดสินไปแล้ว ทั้งนี้อยากให้คดีนี้เป็นบทเรียนเพื่อเตือนใจแก่ผู้ใช้รถบนท้องถนน ให้เคารพกฎหมาย และเป็นบรรทัดฐานทางสังคม เพื่อยกระดับความปลอดภัย ของการใช้รถใช้ถนนร่วมกันของเราทุกคนในประเทศไทย