เครือข่ายทวงคืนดอยสุเทพฯ ชี้คณะทำงานพิจารณารื้อบ้านตุลาการต้องมีอำนาจเต็ม

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดนิทรรศการ ฉันรักดอยสุเทพ หวังสื่อเรื่องราวการต่อสู้เพื่อรักษาดอยสุเทพให้คนรุ่นใหม่รับรู้ พร้อมเดินหน้าร่างแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูดอยสุเทพภาคประชาชน ชี้คณะทำงานที่จะแต่งตั้งต้องเป็นที่ยอมรับของทั้งรัฐ และภาคประชาชน ต้องมีอำนาจเต็ม

ชาวเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมนิทรรศการ “ฉันรักดอยสุเทพ” ที่ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ บริเวณสี่แยกกลางเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วานนี้ ( 6 พ.ค.) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ จากสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่จัดงาน

ภายในงานมีการแสดงดนตรีจากศิลปินล้านนาผู้รักดอยสุเทพ เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความศรัทธา ต่อดอยสุเทพ และทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะบทเพลงที่ร่วมกันแต่งขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวขอคืนพื้นที่ป่า และเรียกร้องให้มีการรื้อบ้านพักข้าราชการตุลาการ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ “ดอยสุเทพที่ฉันรัก” บอกรักดอยสุเทพผ่านภาพและเรื่องราวของแต่ละยุคสมัย โดยมีนักศึกษาด้านศิลปะจากสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมทั้งศิลปินชาวเชียงใหม่ ร่วมวาดภาพดอยสุเทพ

นายชัชวาล ทองดีเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนสืบสานล้านนา เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า นิทรรศการและกิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่การฉลองความสำเร็จ หลังมีบทสรุปจากการหารือร่วมกันระหว่างนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ทีผ่านมา คือ จะไม่ให้ใครเข้าไปอยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์ใดในสิ่งปลูกสร้าง ทั้งบ้านพัก 45 หลัง และ อาคารชุดอีก 9 หลัง โดยให้กรมธนารักษ์เข้าไปรังวัดแบ่งเขตพื้นที่ตามแนวเขตป่าดั้งเดิม เร่งฟื้นฟูป่าให้กลับมาเป็นป่าสมบูรณ์ และตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง

โดยชี้แจงว่า นิทรรศการนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่เครือข่ายฯทำอยู่แล้ว   ส่วนคณะทำงานที่จะแต่งตั้งขึ้นจะต้องเป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งรัฐ และภาคประชาชน ขณะเดียวกันคณะกรรมการชุดนี้จะต้องมีอำนาจเต็มในการจัดการ โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้างรวมทั้งการฟื้นฟูให้ดอยสุเทพกลับมาเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม  ซึ่งเครือข่ายฯยืนยันแนวทางเดิม คือ จะต้องรื้ออย่างเดียว แต่ภาครัฐระบุว่ายังติดขัดข้อกฎหมาย จึงต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาไม่ให้มีปัญหาฟ้องร้องกันภายหลัง

อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้ (7 พ.ค.) จะมีการจัดประชุมหารือเพื่อวางโรดแมปร่วมกัน ขณะที่เครือข่ายฯได้ย้ำกับรัฐมนตรีว่า ขั้นตอนต่างๆจะต้องดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้การแก้ไขปัญหาสำเร็จลุล่วง ซึ่งเครือข่ายฯไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว แต่ได้เปลี่ยนโหมดจากริบบิ้นเขียว เป็นโหมดฟื้นฟู เพื่อติดตามข้อตกลงกับภาครัฐและหากมีการบิดพลิ้วก็สามารถกลับมาเป็นโหมดการเรียกร้องได้อีก ขณะที่กระบวนการของภาคประชาชนเองก็จะมีแผนที่จะร่างแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูดอยสุเทพของภาคประชาชน เพื่อประกบแผนงานของภาครัฐและผลักดันการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง