เจ้าอาวาสแจงแล้วปมร้อนโซเซียล ไม่ได้อยู่หรูกินนอนสบาย ส่งบัญชีตรวจสอบ [คลิป]

จากเหตุการณ์ โซเชียลพากันแชร์โพสต์ของเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v4   ที่ออกมาแฉพฤติกรรม พระสงฆ์ ระดับเจ้าอาวาสวัดเมืองน่าน ในลักษณะใช้ผ้าเหลืองหากิน โดยการเปิดรับบริจาค ทำบุญด้วยการไถ่ชีวิตโคกระบือผ่านเพจ ชื่อวัดปางค่า นครน่าน  ขณะที่ใช้อีกเฟซบุ๊คว่า มานี มานะ  อวดความร่ำรวย โชว์ภาพเที่ยว กิน นอนหรูหรา

ล่าสุด  วันนี้ 23 พ.ย. 61 พระกีรติกร  สุธมุมจารี  เจ้าอาวาสวัดปางค่า  ยอมรับว่าได้เปิดรับทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ มาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งมีคณะศรัทธาร่วมทำบุญ และมาร่วมงานนำโค กระบือที่ไถ่ชีวิตมอบให้เกษตรกรไปเลี้ยงเป็นอาชีพต่อ  โดยครั้งที่ 3 นี้ จะทำพิธีวันที่ 3 ธันวาคม ที่จะถึงนี้  ทั้งนี้ให้ผู้ร่วมทำบุญโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารส่วนตัวนั้น  เนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้คิดไตร่ตรองก่อนให้ดี เพราะเห็นเป็นโครงการดีที่ใครก็ทำกัน  หวังเพียงทำบุญไม่ได้คิดอะไรมาก  ซึ่งจากนี้ไปจะดำเนินการโครงการผ่านกรรมการวัดทั้งหมด  ส่วนกรณีเพซบุ๊ก มานี มานะ นั้น  เลิกใช้มานานแล้ว  และการเคลื่อนไหวต่างๆบนเฟซบุ๊กนั้น  พบว่าพี่สาวได้แอบเอาไปใช้  ซึ่งขณะนี้ทั้งเฟสบุ๊กวัดปางค่า  และ มานีมานะ ได้ทำการปิดอย่างถาวรแล้ว  อย่างไรก็ดีขณะนี้ได้นำหลักฐานบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินทำบุญ  รายงานต่อเจ้าคณะปกครอง เพื่อชี้แจงความจริง

ขณะที่  พลตรีดุสิต  ปุระเสาร์  ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 38  ได้แนะพระสงฆ์ ให้หยุดการสื่อโซเชียล หากจะประชาสัมพันธ์ข่าวสารวัดให้ญาติโยม คณะกรรมการวัดเป็นผู้ดำเนินการจะเหมาะสมที่สุด  ที่สำคัญพระสงฆ์ควรยึดมั่นใน ศีล โดยเฉพาะข้อ 10  เว้นจากการรับทองและเงิน   เพื่อไม่เกิดโลกวัชชะ  เป็นเหตุให้ชาวบ้านติเตียน   ทำให้ศาสนาเสื่อม    เปิดรับทำบุญควรทำในรูปแบบคณะกรรมการวัด เพื่อโปร่งใสร่วมกับทุกฝ่าย  เพื่อบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข   และสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าทุกฝ่ายไม่มีเจตนาทำเพื่อหากิน  และจะเป็นบทเรียนให้ทั้งพระและชาวบ้านได้ระมัดระวังในการจัดงานบุญมากขึ้น

ด้านพลตรีดุสิต  ปุระเสาร์  ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 38  ได้เข้าสร้างความเข้าใจกับพระกีรติกร  สุธม.มจารี  เจ้าอาวาสวัดปางค่า อ.เมือง จ.น่าน และชาวบ้าน คณะศรัทธา  เพื่อให้การดำเนินการงานบุญต่างๆ เป็นไปอย่างโปร่งใส ร่วมกันทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฆราวาส

ส่วนนายสุเทพ สายแก้ว ชาวบ้านที่ได้รับโคจากโครงการนี้กล่าวว่า ได้รับโคทั้งหมด 5 ตัว ก็แบ่งกับเพื่อนบ้านคนอื่นนำไปดูแลและใช้งานด้านการเกษตรตามจุดประสงค์ของผู้บริจาคไถ่ชีวิตมาจะไม่นำไปขายต่อยกเว้นลูกที่ออกมาเท่านั้น.