วินาทีสุดโหดเขยยิงกราด 5ศพ หนีซุกพิษณุโลกทิ้งรถหายตัว สกัดชายแดนกันหนีออก [คลิป]

14 ม.ค. 2019 เวลา 7:22 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนางกัญญารัตน์ กิ่งแก้ว และครอบครัวเสียชีวิตรวม 5 คน เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 1 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมาหลังจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบรถยนต์ของคนร้ายมาจอดทิ้งไว้ในโรงแรมเมญ่า ถนนพิษณุโลก-สุโขทัย ตำบลไผ่ขอดอน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ร้อยตำรวจเอกพันธ์ทิพย์ พรมอินทร์ พนักงานสอบสวนจาก สภ.พิชัย ภ.จว.อุตรดิตถ์ ได้มาตรวจสอบที่โรงแรมเมญ่า เพื่อพิสูจน์ทราบและยืนยันว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของคนร้ายที่ก่อเหตุ ยิงภรรยาและครอบครัวเสียชีวิตที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยรถคันดังกล่าวเป็นของคนร้าย ที่ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนก่อนคนร้ายและภรรยา ซึ่งมีปัญหาระหองระแหงกันได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่ารถคันนี้ เป็นของ คนร้ายและทั้งคู่จะไม่ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีปัญหากันมาตลอด ทราบเบื้องต้นว่าคนร้ายมีรถยนต์อยู่หลายคันหลังจากมีปัญหาแล้วก็นำรถเทเลอร์มาขนกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนสภ.พญาแมนได้สอบสวนนายอดิเทพ คล้ายปั้น พนักงานของโรงแรมเมญ่า ได้ให้ข้อมูลว่า หลังจากคนร้ายขับรถมาจอด เข้าในโรงแรมเมื่อวานนี้เวลาประมาณ 17:00 น.ก็ได้ล็อครถ ยังไม่ทันได้เปิดห้อง ได้มาขอยืมรถจักรยานยนต์ ของแม่บ้าน ไปพร้อมหมวกกันน็อคแบบคลุมใบโดยบอกว่าจะออกไปรับแฟนที่ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า พิษณุโลก ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมเมญ่าไปในตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งช่วงนั้นก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่าคนร้ายคงยืมรถไปจริงๆเพราะจอดรถยนต์ทิ้งไว้ จากนั้นก็หายไปเลย

โดยช่วงที่ออกมาลักษณะเป็นคนร้ายสะพาย กระเป๋าสีดำลักษณะคล้ายๆมีปืนอยู่ภายในและขี่รถจักรยานยนต์ออกจากโรงแรมไป ล่าสุดเวลา 11.00 นของวันเดียวกันนี้ ชุดจักรยานยนต์สายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้พบรถจักรยานยนต์ของแม่บ้านโรงแรมเมญ่า ที่คนร้ายยืมไปแล้วโดยไปจอดทิ้งไว้ใกล้ปั๊ม PT ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ห่างจากโรงแรมเมญ่าประมาณ 20 กม.ขณะนี้ พนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ชุดสืบกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่พบรถจักรยานยนต์ ส่วนรถยนต์ของคนร้ายยังคงรอจนท.พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ

[gallery columns="1" size="full" ids="419987,419988"]

ขณะที่  พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบว่า คดีนี้ พล.ต.ท.สุธีร์ เณรกัณฐี ผบช.ภ.6 และพล.ต.ต.พยูห์ ธนศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ ลงไปกำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนด้วยตนเอง สำหรับคนร้าย ทราบชื่อต่อมา คือ นายธีรพล ปิ้นอมร ตรวจสอบพบมีประวัติต้องคดีลักทรัพย์ ฉ้อโกง และเมาแล้วขับ สอบสวนบุคคลที่รอดชีวิตและเพื่อนบ้านข้างเคียง ระบุตรงกันว่า นายธีระพล มีพฤติกรรมชอบทำร้ายทุบตีภรรยา และคนอื่นๆ อยู่เป็นประจำ ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ในการหลบหนี มีการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีในการติดตามหลายอย่าง คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลการหลบหนีไปต่างประเทศ ตรวจสอบกับ ผบก.ถ.จว.อุตรดิตถ์ ระบุว่าล่าสุดยังอยู่ในวิสัยที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้อยู่

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า สำหรับมูลเหตุจูงใจเบื้องต้นวางหลักในเรื่องความหึงหวงเป็นตัวตั้งก่อน และด้วยนิสัยของผู้ก่อเหตุที่มักชอบใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นกรณีที่ภรรยามีชายอื่นมาติดพันหรือไม่นั้น ตรงนี้คิดว่าเป็นความเข้าใจของเขาเองมากกว่าที่จะขอคืนดีกับภรรยา แต่ภรรยาไม่ยินยอม เพราะพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ด้าน พล.ต.ท สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้สั่งด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดหนองคายให้เพิ่มความเข้มงวดบุคคลเข้าออกประเทศโดยเฉพาะเอกสารการเดินทาง รวมถึงประสานการข่าวโดยใกล้ชิดกับทางการประเทศเพื่อนบ้าน ท้องที่เกิดเหตุในการสกัดกั้นคนร้ายไม่ให้หลบหนีออกนอกประเทศเพราะฉะนั้นมาตรการของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและขณะนี้ได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นคนร้ายข้ามชาติในเรื่องของความมั่นคง รวมทั้งกรณีเหตุเกิดในประเทศก็ต้องร่วมกันปราบปรามเหตุอาชญากรรมสะเทือนขวัญ ป้องกันไม่ให้คนร้ายนั้นใช้ช่องทางตามด่านชายแดน ช่องทางธรรมชาติ รวมถึงช่องทางทางสนามบินหลบหนีออกนอกประเทศได้