"เปรี้ยว" ยืดอกรับโทษ! เมินยื่นอุทธรณ์

14 พ.ค. 2018 เวลา 8:23 น.

"เปรี้ยว" หัวหน้าทีมสวยหั่นศพ ไม่ขอยื่นอุทธรณ์ หลังศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 34 ปี 6 เดือน ขณะเพื่อนร่วมแก๊งขอยื่นอุทธรณ์ทั้งหมด หวังศาลเมตตาลดโทษ เพราะไม่ได้ตั้งใจฆ่า "น้องแอ๋ม" แค่ตกกระไดพลอยโจรเท่านั้น

วันนี้( 14 พ.ค.2561)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังศาล จ.ขอนแก่น มีคำพิพากษาในคดีร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม โดยสั่งจำคุกจำเลยที่ 1 น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว และ จำเลยที่ 2 น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิน คนละ 34 ปี 6 เดือน , จำเลยที่ 3 น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนท์ จำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา,จำเลยที่ 4 นายวศิน นามพรม จำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน และ จำเลยที่ 5 น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ จำคุก 33 ปี 9 เดือน รวมทั้งการชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวของน้องแอ๋ม รวม 1,170,000 บาท แยกเป็นค่าปลงศพ 100,000 บาท และค่าอุปการะเลี้ยงดู 1,070,000 บาท โดยคิดเป็นอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.2560 ซึ่งเป็นวันก่อเหตุฆาตกรรมน้องแอ๋ม

นายอมรพงศ์ จันทร์กวี ทนายความของเปรี้ยว กล่าวว่า ขณะนี้ทีมทนายความได้หารือร่วมกับลูกความและครอบครัวของลูกความแล้ว โดย เปรี้ยว พอใจกับคำตัดสินของศาลชั้นต้น โดยไม่ขอใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ใดๆ  เพราะต้องการรับโทษตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา  ส่วนจำเลยที่ 2 คือ เอิร์น  ที่ศาลตัดสินจำคุกเท่ากันกับ เปรี้ยว  ขอใช้สิทธิ์อุทธรณ์ เพราะไม่มีเจตนาให้แอ๋ม ถึงแก่ความตาย เพราะคนที่มีเรื่องกัน คือ เปรี้ยว กับแอ๋ม โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการตกกระไดพลอยโจร ไม่มีเจตนาฆ่าแต่อย่างใด แค่เป็นการทำร้ายร่วมกับเพื่อน จึงมองว่าโทษที่ได้รับสูงเกินไป

นายอมรพงศ์ กล่าวต่อว่า  ในส่วนของจำเลยคนอื่นนั้น ทราบว่าทุกคนขอใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันตามระเบียบ มีเพียง เปรี้ยว คนเดียวที่ไม่ขอใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์

ขณะ นายนพดล สีดาทัน ทนายความของครอบครัวน้องแอ๋ม กล่าวว่า ยังยืนยันในการใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากครอบครัวเห็นว่า การกระทำของคนที่ฆ่าน้องแอ๋ม นั้นไม่ได้พลั้งมือ แต่เป็นความตั้งใจละมีการวางแผนมาอย่างดี มีการหลอกล่อให้ออกไป และหากไม่มีการวางแผนหรือคิดร้ายกับน้องแอ๋ม ทำไมต้องหลบซ่อนตัว จึงยื่นฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ, ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร มีเพียง เบนท์ ที่ถูกตั้งข้อหารับของโจร เพียงข้อหาเดียว

ทนายความของครอบครัวน้องแอ๋ม กล่าวเพิ่มเติมว่า เพิ่งทราบข่าว  น้องแอ๋ม ถูกกล่าวหาว่า ด่าบุพการีของ เปรี้ยว ว่าเป็นโสเภณี ทำให้ เปรี้ยว โกรธจัด จึงมีการต่อสู้กันในรถยนต์ จนน้องแอ๋ม เสียชีวิต และถูกหั่นศพในเวลาต่อมา ซึ่งคำพูดนี้ มีผลต่อการตัดสินในคดีอาญาที่ลงโทษจำเลยน้อยกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิต จึงมีการปรึกษากันและจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวภายใน 30 วัน เพราะที่ผ่านมาได้ยื่นฟ้องในมาตรา 289 ตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ไว้ก่อน แต่ศาลพิจารณาโทษตามมาตรา 288 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งครอบครัวยืนยันจะขอยื่นอุทธรณ์ทันทีหลังคัดคำสั่งศาลแล้วเสร็จ