ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“หลวงปู่หลำ” พระเกจิดังเมืองกาฬสินธุ์ ละสังขารแล้วตรงตามคำสั่งเสีย [คลิป]

“หลวงปู่หลำ” หรือพระวีระ เทวถาโร พระเกจิดังเมืองกาฬสินธุ์ เจ้าสำนักสถานปฏิบัติธรรมบ้านสิมลี สักการะสรีระด้วยความโศกเศร้า หลังมรณภาพอย่างสงบด้วยโรคประจำตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา

ที่สำนักสถานปฏิบัติธรรมหลวงปู่หลำ หรือพระวีระ เทวถาโร บ้านสิมลี หมู่ 2 ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้มีประชาชน ศิษยานุศิษย์หลวงปู่หลำจากทั่วสารทิศ ใส่ชุดดำ และชุดขาวไว้ทุกข์ เข้าสักการะสรีระหลวงปู่หลำ ภายในกุฎิ หลังทราบข่าวมรภาพภาพด้วยโรคประจำตัวอย่างกะทันหัน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยศิษยานุศิษย์ ต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า ถึงแม้ว่าบางคนจะรู้ล่วงหน้ามาก่อนแล้วว่า หลวงปู่จะจากไป เนื่องจากท่านได้สั่งเสียบอกวันที่จะมรณภาพไว้ให้ทราบแล้ว และยังทำพินัยกรรมไว้แล้ว ทั้งการข้อข้อความไว้บนแผ่นกระจกหน้าห้องจำวัตรบนกุฎิ และบันทึกในข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่วนตัว โดยเฉพาะหลวงปู่ได้สั่งแล้วไว้ในวันออกพรรษาก่อนที่จะเกิดขึ้นจริงในวันนี้ว่า “อีก 3 วันกูจะไปแล้ว”

ขณะที่นางไพฑูรย์ อ่อนบัวขาว อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 270 หมู่ 2 บ้านโนนศิลาอาสน์ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่หลำมานาน 7 ปี ปกติหลวงปู่มีสุขภาพแข็งแรง และเริ่มจะมีอาการของโรคเบาหวานและความดันตามวัย 64 ปี แต่ก็ไม่มีอาการน่าเป็นห่วง โดยหลวงปู่จะบำบัดรักษาตามกรรมวิธีของแพทย์แผนปัจจุบันและธรรมะบำบัด ทราบว่าบางครั้งเบาหวานขึ้นสูงถึง 400 แต่หลวงปู่ก็สามารถผ่านวิกฤติมาได้อย่างปลอดภัย ยังควบคุมระดับน้ำตาลและดำเนินชีวิตมาได้อย่างปกติ ให้การอบรมพร่ำสอนธรรมะแก่ลูกศิษย์ลูกหาเป็นกิจวัตรประจำวัน และตลอดช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ไม่มีสัญญาณว่าหลวงปู่จะอาพาธแต่อย่างใด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

“ในส่วนที่หลวงปู่เขียนข้อความไว้บนแผ่นกระจกบนกฏิหน้าห้องจำวัตร เกี่ยวกับการจัดการสรีระสังขารนั้น จริงๆแล้วท่านบอกให้ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นคนเขียนไว้นานแล้ว เช่น ห้ามนำสังขารย้ายไปที่ไหนเด็ดขาด ห้ามสวดมาติกาเด็ดขาด ห้ามฉีดยาโดยเด็ดขาด เพราะร่างจะไม่เน่าเปื่อยคงสภาพเดิมทั้งสีสันและลักษณะ และยังมีข้อห้ามอีกหลายข้อ รวมทั้งมีบันทึกพินัยกรรมไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของหลวงปู่ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และในสาเหตุการมรณภาพภาพของหลวงปู่นั้น ถึงแม้จะเป็นเหตุการณ์ความสูญเสียที่ยังทำใจไม่ได้ แต่ลูกศิษย์ใกล้ชิดหลายคนก็พอจะรู้เป็นล่วงหน้า 3 วัน โดยเมื่อวันออกพรรษาหลวงปู่ได้เปรยขึ้นว่า “อีก 3 วันกูจะไปแล้ว” ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าหลวงปู่จะไปไหน นึกว่าทานพูดเล่นด้วยซ้ำไป แต่เมื่อท่านมรณภาพจริงๆ จึงได้รู้คำตอบว่าท่านหยั่งรู้วาระสุดท้ายของตนเอง โดยมรณภาพอย่างสงบเมื่อคืนวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมาที่หน้าห้องน้ำในกุฏิ