ข่าว ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศาลฎีกายกฟ้อง 7 นปช. เผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนัก

ศาลฎีกายกฟ้อง 7 นปช. เผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ชี้หลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันกระทำความผิด

วันนี้ (5 ก.ค.) ศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่นายสมคิด โพธิ์ไทรย์ กับพวก รวม 7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้างเมือง ในการเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 มีการเผายางหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ชุมนุมขอพบผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเจรจาขอตั้งเวทีชุมนุมกดดันรัฐบาลให้ยุติสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ แต่ไม่ประสบผล ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจปีนรั้วเข้าไปในศาลากลางและลำเลียงยางเข้าไปวางตรงทางเข้า มีการพยายามโยนไฟเข้ากองยาง แต่ก็มีการห้ามปรามและช่วยกันดับไฟ จนกระทั่งมีวัยรุ่นกลิ้งยางเข้าไปใกล้อาคารหลังเก่า จากนั้นก็เกิดไฟลุกแล้วลามอย่างรวดเร็วเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมและดับไฟ

ต่อมา มีการจับกุมผู้ชุมนุมในที่เกิดเหตุ 16 ราย ในจำนวนนี้มี 1 รายเป็นเยาวชน โดยผู้ชุมนุมหลายรายระบุว่าเจ้าหน้าที่ใช้กระบองทุบตีทำร้ายร่างกายระหว่างจับกุม โดยศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เม.ย. – พ.ค. 53 (ศปช.) ทั้งหมดถูกควบคุมตัวรวมกันไว้ในรถผู้ต้องขังของตำรวจบริเวณกลางลานซีเมนต์หน้าอาคารศาลากลางหลังเก่าซึ่งถูกไฟไหม้ไปแล้ว เป็นเวลา 2 คืนโดยไม่มีการปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นถูกนำไปขังที่เรือนจำมุกดาหารด้วยข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์และบุกรุกสถานที่ราชการในจำนวนคนที่ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บและถูกจับกุมในช่วงสลายการชุมนุมทั้ง 16 คนในที่สุดอัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 คน และศาลพิพากษายกฟ้องถึง 10 คน”

แต่ก็มีการตามจับกุมเพิ่มเติมอีกภายหลังจนจำเลยในคดีนี้มีถึง 29 คน รวมยกฟ้อง 16 คน ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 13 คน ๆ ละ 20 ปี ส่วนคดีเยาวชนนั้นขึ้นศาลเยาวชน พิพากษาให้มีความผิดฐานบุกรุกและให้คุมประพฤติ ในระหว่างที่คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ นายประคอง ทองน้อย 1 ใน 13 จำเลยได้เสียชีวิตลง

ต่อมา 30 ก.ย. 58 ศาลอุทธรณ์มุกดาหารได้พิพากษาลดโทษเหลือ 1 ใน 4 คงเหลือโทษจำคุก 15 ปี และเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 60 นายดวง คนยืน ซึ่งได้เสียชีวิตระหว่าง ที่กรมราชทัณฑ์ ส่งตัวจากเรือนจำมารักษาตัว ที่โรงพยาบาลจังหวัดมุกดาหาร เนื่องจากเป็นมะเร็งที่ถุงน้ำดีและตับระยะสุดท้าย

และในวันนี้ศาลฎีกา ได้ประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า หลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันกระทำความผิด จึงยกฟ้อง

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณภาพจาก facebook: นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ