ข่าว ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รัฐบาล คิ๊กออฟ มอบเงินกว่า 2 หมื่นล้านช่วยชาวนาแล้ง-ท่วม

รมต.คลัง มอบเงินช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมวางมาตรการช่วยเหลือระยะยาว

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้มอบสินไหมประกันภัยข้าวนาปี และถุงยังชีพให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ที่ว่าการอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยมีผู้ประสบภัยกว่า 1,000 คน ให้การต้อนรับ

นายจีรวัฒน์ โลหะ ผอ.สำนักงาน ธกส.จ. ขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 62/63 อย่างเป็นทางการซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดย ธกส.ได้โอนเงินตามโครงการแก่เกษตรกรไปแล้ว 1,773,549 ครัวเรือน เป็นเงิน10,976 ล้านบาท คิดเป็ยนร้อยละ 40 ของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี ไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนที่เหลือทางกรมส่งเสริมการเกษตรจะทยอยส่งข้อมูลการเพาะปลูกให้กับ ธกส.เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของโครงการและเตรียมจ่ายเงินในรอบต่อไป โดย ธกส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงสามารถตรวจสอบรายชื่อ ได้ที่ตู้เอทีเอ็มและเครื่องปรับสมุดเงินฝากอัตโนมัติของธกส.

ด้านนายอุตตม คลัง กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเล็งเห็นความเดืออดร้อนของเกษตรกร ที่ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ ที่ปีนี้ประสบทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมในปีเดียวกัน สำหรับการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรสามารถดำรงชีพอยู่ได้ ช่วยลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ขณะนี้ได้ให้ธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกรมบัญชีกลาง จ่ายเงินอุดหนุนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 62/63 ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงิน 25,000 ล้านบาท สำหรับวันนี้เป็นงวดแรก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม

“ทาง ธ.ก.ส.ได้รับรายชื่อเกษตรกรที่จะได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงเกษตรแล้ว มีประมาณ 2 ล้านราย และ ธ.ก.ส.จะทยอยโอนเงินช่วยค่าปลูกข้าวเข้าบัญชี ธ.ก.ส.ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวภายใน 3 วันให้เสร็จสิ้น”นายอุตตม กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติกำชับให้ ธกส.พิจารณาช่วยเหลือทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาว

โดยระยะเร่งด่วนให้การช่วยเหลือมอบถุงยังชีพ สนับสนุนศูนย์อพยพ ส่วนระยะยาวพิจารณามอบเงินช่วยเหลือทั้งในเรื่องของการซ่อมแซมบ้าน เครื่องมือ เครื่องจักรกลทางการเกษตร และข้าวของเครื่องใช้ในครอบครัว

ด้านภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธกส.ให้มีมาตรการขยายเวลาการชำระหนี้และพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่จำเป็นในครอบครัวเพื่อป้องกันการก่อหนี้นอกระบบไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ในช่วง 6 เดือนแรกและสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูการเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่นค่าลงทุนซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การเกษตรเครื่องมือเครื่องจักรกลที่นำมาใช้ในการฟื้นฟูอาชีพรายละไม่เกิน 50,000 บาทชำระไม่เกิน 15 ปี รองรับวงเงินสินเชื่อรองรับมาตรการต่างๆจำนวน 60,000 ล้านบาท