ตำรวจสภ.เมืองชุมพร รวบพ่อข่มขืนลูกสาวในไส้มาราธอนนาน 8 ปี ตั้งแต่เรียน ม.1 จนอายุ 20 ปี  หลังลูกสาวทนพฤติกรรมไม่ไหวหนีไปขอความช่วยเหลือจากแม่ที่เพิ่งพ้นโทษจำคุก ฝ่ายพ่อสารภาพทำจริงแต่อ้างลูกยินยอม พร้อมขอความเป็นธรรม ลูกผิดสัญญาว่าจะไม่บอกใครจนกว่าจะตายจากกัน

พ่อข่มขืนลูกแท้ๆ สารภาพทำจริง ย้อนถามไหนจะไม่บอกใคร จนกว่าจะตายจากกัน

จากกรณีนางเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี พาลูกสาวชื่อ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.วุฒิพงศ์ ทองมาก รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร ให้ดำเนินคดีกับอดีตสามีอายุ 43  ปี ผู้เป็นพ่อแท้ๆที่ข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.บี ลูกสาวแท้ๆ มาเป็นเวลานานถึง 8 ปี ตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.1 หลังพ่อแม่แยกทางกันและแม่ไปสามีใหม่อยู่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพ่อกับย่าพาไปทำแท้งถึง 2 ครั้ง  น.ส.บี เคยจะไปขอความช่วยเหลือจากแม่ แต่ในปี 2558 แม่ต้องคดีอาญาศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาได้ 2 เดือน น.ส.บี ทนพฤติกรรมผู้เป็นพ่อไม่ไหวจึงหนีไปอยู่กับแม่ที่ อ.บางสะพานและเล่าความจริงให้ฟัง แม่จึงพาลูกสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อบังเกิดเกล้านั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ ผกก.สภ.เมืองชุมพร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วิชิตขำคชกรรณ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร นำกำลังชุดสายสืบพร้อมหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ไปจับกุม นายซี (นามสมมติ) อายุ 43 ปี  พ่อแท้ๆของน.ส.บี ที่มีอาชีพรับซื้อทุเรียนขายให้กับล้งส่งออกต่างประเทศ ได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ในข้อหากระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มาสอบสวนที่ สภ.เมืองชุมพร โดยนายซียินยอมให้จับกุมแต่โดยดี โดยไม่ได้ขัดขืนหรือต่อสู้ใดๆ

จากการสอบสวน นายซี รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่อ้างว่าไม่ได้ใช้กำลังบังคับแต่อย่างใด เพราะลูกสาวสมยอมเอง และเคยพาลูกไปทำแท้งเพียงหนเดียวที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร ส่วนครั้งหลังไม่รู้ว่าใครพาไป นอกจากนี้นายซี ยังขอความเป็นธรรมให้ตัวเองด้วยเพราะยอมรับผิดในสิ่งที่ทำ แต่ทั้งนี้ลูกสาวก็ต้องยอมรับผิดด้วยที่ผิดสัญญาว่าจะไม่ยอมปริปากบอกใครในเรื่องที่เกิดขึ้นจนกว่าจะตายจากกัน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนตามกฎหมายและควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในชั้นต่อไป