กว่า 500 คนที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากท่ามกลางสถานพยาบาลที่ไฟฟ้าไม่เพียงพอ กัลฟ์ได้ยื่นมือ ติดตั้งพลังงานโซลาร์เซลล์ ต่อเติมชีวิตในพื้นที่ห่างไกลให้ยั่งยืน
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคืนหนึ่งที่ฝนตกหนัก คุณเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้นมา แต่เมื่อเดินทางไปถึงสถานพยาบาลใกล้บ้าน สิ่งที่คุณเจอกลับไม่เป็นอย่างที่คิด สถานพยาบาลไม่พร้อมใช้งาน เพราะไม่มีไฟฟ้า ทุกอย่างมืดสนิท แม้แต่ตู้เย็นจะเก็บรักษายาก็ยังไม่มีไฟ และนั่นทำให้คุณต้องเดินทางไปอีกหลายสิบกิโลเมตร เพื่อไปอีกโรงพยาบาลอีกแห่ง ท่ามกลางเส้นทางที่ยากลำบากและสูงชัน เต็มไปด้วยโคลน
นี่ไม่ใช่ฉากในภาพยนตร์ แต่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านกว่า 500 ชีวิต ที่สสช.บ้านแม่แพใหญ่ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เรื่องราวนี้ถูกเล่าโดยคุณหมอทนง งอกงาม (ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านอุมโล๊ะ) ที่ต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดนั้นมาตลอดหลายปี เพราะโซลาร์เซลล์เดิมในหมู่บ้านให้ไฟไม่พอใช้ เครื่องมือแพทย์ที่ควรจะได้ช่วยชีวิตคนกลับนิ่งสนิท แม้แต่ตู้เย็นที่จะใช้เก็บรักษายาสำคัญก็ทำไม่ได้
คุณหมอเล่าว่า ในหน้าฝน เส้นทางที่นี่จะชันและอันตรายมากเป็นพิเศษ ถ้ามีเคสฉุกเฉิน ชาวบ้านจำต้องยอมเดินทางอ้อมเขาไกลถึง 22 กิโลเมตร เพื่อไปรักษาอีกที่หนึ่ง เพราะคำว่า “ไม่มีไฟฟ้าใช้”
ซึ่งสำหรับพื้นที่ห่างไกลแบบนี้ มันไม่ได้แปลว่า ความมืดอย่างเดียว แต่มันอาจหมายถึง “ชีวิต” และโอกาสในการเข้าถึงสาธารณสุขขั้นพื้นฐานที่พวกเขาควรจะได้รับด้วย
นี่คือโจทย์สำคัญที่ทำให้ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ลุกขึ้นมาเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของตัวเองให้กลายเป็นพลังแห่งการช่วยเหลือ
ในปี 2569 นี้ โครงการ "Green Energy Green Network for THAIs" ได้เดินทางเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว ซึ่งเป็นการจับมือร่วมกันระหว่าง GULF และ AIS เพื่อส่งมอบทั้งพลังงานไฟฟ้าและสัญญาณเครือข่ายดิจิทัลไปพร้อมๆ กัน
คุณ ธีรตีพิศา เตวิชพศุตม์ (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการของ GULF) เคยเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมากค่ะว่า GULF อยากสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม โดยเอาความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดเดินทางไปสู่พื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นบนดอยสูง พื้นที่เกาะ หรือตามแนวชายแดน และในครั้งนี้... พวกเขาเลือกปักหมุดที่บ้านแม่แพใหญ่แห่งนี้เป็นที่แรก
พอทีมงาน GULF เข้าไปติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ให้ใหม่ พร้อมมอบตู้เย็นสำหรับเก็บยาและเครื่องมือแพทย์ ทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป แสงสว่างที่สว่างขึ้นในสถานพยาบาลวันนั้น มันเปรียบเสมือนการต่อลมหายใจให้ชุมชน คุณหมอทำงานได้เต็มที่ ชาวบ้านไม่ต้องเสี่ยงชีวิตเดินทางไกลในคืนฝนตกอีกต่อไป
แต่ความงดงามของภารกิจนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่โรงพยาบาล เพราะ "พลังงานสะอาด" มันขยายผลไปไกลกว่านั้น ไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกต่อสายเชื่อมต่อไปยัง "โบสถ์" ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้านด้วย
จากโบสถ์ที่เคยเงียบเหงาในยามค่ำคืน วันนี้กลับกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ มีแสงไฟให้เด็กๆ และเยาวชนมานั่งล้อมวงสืบสานภูมิปัญญาชาติพันธุ์ ทั้งเรียนถักทอผ้า จักสาน และตีมีด เพื่อสร้างอาชีพและรายได้หล่อเลี้ยงตัวเอง
ไม่เพียงแค่นั้น ทีมงานยังมองลึกไปถึงวิถีชีวิตและการปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการมอบเครื่องเป่าใบไม้สำหรับทำแนวกันไฟป่า เพื่อให้ชุมชนได้ดูแลผืนป่ารอบบ้าน และยังมอบตู้เย็นแช่แข็งให้โรงเรียนบ้านแม่แพใหญ่ เพื่อให้เด็กๆ บนดอยได้กินอาหารจากวัตถุดิบที่สดใหม่และสะอาด... เรียกว่าเป็นการเติมเต็มคุณภาพชีวิตในทุกมิติอย่างแท้จริงเลย
ถ้าย้อนดูผลลัพธ์จากการทำงานหนักมาตลอด 3 ปีเต็ม... วันนี้ GULF ได้นำแสงสว่างจากพลังงานสะอาดไปสู่พื้นที่ที่ขาดแคลนแล้วถึง 18 แห่งทั่วประเทศ ผลิตไฟฟ้าได้รวมกว่า 102.9 กิโลวัตต์ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 10,000 คน
ซึ่งตัวเลขทั้งหมดนี้ เกิดจากความตั้งใจจริงผ่านโครงการต่างๆ อย่าง GULF Sparks, Life Starts และ Green Energy Green Network for THAIs โดยพื้นที่ที่กัลฟ์ได้ไปเยือนไม่เพียงแค่การไปติดตั้งอุปกรณ์แล้วกลับ แต่มันคือการไปฝังรากฐานของ ‘ความหวัง’ และความยั่งยืนให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล
เพราะสิ่งแวดล้อมที่ดี และพลังงานที่ยั่งยืน ไม่ควรเป็นสิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม...