ข่าวภาคใต้

“พิษปาบึก” ถล่มใต้กระทบสัตว์

อิทธิพลพายุโซนร้อน “ปาบึก” ถล่มใต้ 3 วัน ส่งผลกระทบในพื้นที่ 18 จังหวัด ประชาชนได้รับผลเกือบ 7 แสนคน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย สูญอีก 1 ราย นอกจากจากนี้ยังมีสัตว์อีกจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบ

ซากวาฬขนาดใหญ่เกยหาดแหลมตะลุมพุก

โดยเฉพาะการตายของ 2 โลมา ที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช นักวิชาการด้านสัตว์ทะเล บอกว่า โลมาที่ตาย เป็นโลกมาเด็ก คาดหลงกับฝูงแม่ แต่ความจริงยังมีโลมาตาย เพราะขยะพลาสติกในทะเล มากกว่าภัยธรรมชาติ

ก่อนพายุ“ปาบึก”ถล่มใต้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบ้านพบซากวาฬขนาดใหญ่ ความยาวกว่า 10 เมตร น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2 ตัน เกยหาดทรายหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแหลมตะลุมพุก ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง เบื้องต้นคาดว่า วาฬตัวนี้ เป็นวาฬบรูด้า ซึ่งเป็นวาฬใหญ่ที่สุดในอ่าวไทย ตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 2-3 สัปดาห์ในทะเลลึก จนกระทั่งคลื่นซัดมาเกยหาด  ชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิตก เกรงเป็นสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากพายุ “ปาบึก”

นครศรีธรรมราช 2 โลมา อ.ขนอม สังเวยพายุ”ปาบึก”

วันที่สามของพายุ “ปาบึก”ถล่ม เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา โซเชียลมีการแชร์ภาพ “โลมา หัวบาตร” หนึ่งตัวตาย

เมื่อวาน ( 6 ม.ค.) ก็แชร์ภาพ “โลมาสีชมพู” ตายอีกตัว โดยทั้งคู่พบซากที่ อ.ขนอม แหล่งที่อยู่สำคัญของโลมาทั้ง 2 ชนิด และเป็นพื้นที่โดนพายุ “ปาบึก” แบบเต็มๆ

อาจารย์ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสัตว์ทะเล รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่าโลมาทั้ง 2 ตัวแม้จะต่างชนิดกัน แต่เป็นโลมาวัยเด็กเหมือนกัน ปกติโลมาเหล่านี้จะอยู่เป็นฝูงเล็กๆ ว่ายอยู่ตามชายฝั่งขนอมไปจนถึงดอนสัก

โลมาหัวบาตรน่าจะประมาณ 20 ตัว  โลมาสีชมพู เป็นโลมานิสัยน่ารักที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อยู่ติดฝั่งมากแทบไม่เคยออกไปไกลเกิน 1 กิโลเมตร และกลายเป็นจุดเด่นของ อ.ขนอม ใครไป อ.ขนอมก็อยากเห็นเป็นบุญตาสักครั้ง

เมื่อพายุซัดคลื่นเข้ามา โลมากลุ่มนี้คงโดนคลื่นหนัก หากลูกไม่พลัดหลงกับแม่ แล้วยังอยู่ในฝูง ก็คงไม่เป็นไร เพราะจะว่ายหลบคลื่นสู้คลื่นได้
แต่คาดว่า ลูกโลมาทั้ง 2 ตัว เคราะห์ร้าย เจอคลื่นหนัก จนตามแม่ไม่ทัน พลัดหลงกับแม่  ป่านนี้ แม่โลมา คงว่ายเวียนวนหาลูกไปพร้อมใจที่แทบแตกสลาย

ซึ่งความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ ไม่มีใครช่วย 2 โลมาน้อยได้ แต่ความจริงยังมีโลมาตาย เพราะขยะพลาสติกในทะเล มากกว่าภัยธรรมชาติ จึงอยากให้นักท่องเที่ยวลดขยะพลาสติกใช้แล้วทิ้งทุกชนิด แล้วเปลี่ยนไปใช้ถุงผ้า กระติก หรือแก้ว แทน

พังงา ลูกเต่ามะเฟือง 2 รัง ปลอดภัย

ยังดีที่ “ลูกเต่ามะเฟือง” 2 รัง ที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ปลอดภัย ทั้ง รังแรกที่ เขาหลัก รวมทั้ง รังที่สอง บริเวณวัดท่าไทร หลังคลื่นเริ่มกัดเซาะชายหาดลึกเข้าไป ก็ได้เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลฯ กรมอุทยาน ร่วมกับท้องถิ่น และอาสาสมัคร ช่วยกันเต็มที่ในการสร้างกำแพงป้องกันรังไข่เต่ามะเฟือง จึงไม่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้

ชาวสุราษฎร์ฯ พลเมืองดี นำอาหารให้สุนัข

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ระหว่างที่ ผู้สื่อข่าวของเราลงพื้นที่ ไปทำข่าว พายุ ปาบึก บริเวณ แหลมทวด ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี แล้วพบลูกหมาฝูงหนึ่ง นอนหนาวสั่นอยู่นั้น จึงโพสต์วิดีโอลงเฟสบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อว่า Phongsakorn Hongjun (พงษกร หงษ์จันทร์) ระบุข้อความว่า “น้องหมาหลบพายุ ระหว่างที่ทุกคนย้ายไปหลบที่ปลอดภัย เหลือแต่สี่ขานี่แหละที่คอยอารักขาพื้นที่ไว้ ว่าแต่หิวไหมลูก ไม่มีอะไรมาฝากเลย ใครอยู่พื้นที่ แวะส่งเสบียงน้องๆที” และเมื่อโพสต์ลงเฟสบุ๊ก จากนั้นก็มีพลเมืองดี ขี่รถมอเตอร์ไซต์เอาอาหารมาให้ นับได้ว่าสื่อโซเชียลมีเดีย ถ้าใช้อย่างถูกวิธีก็สามารถช่วยหลายชีวิตได้เลย

ซึ่งหลังจากที่มีหลายคน โพสต์รูปความผูกพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง ลงสื่อโซเชียลมิเดีย ทำให้ทางการได้ออกประกาศว่า หากพบเห็นสัตว์หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณใด ให้แจ้งทันที เพื่อจะนำเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความน่ารัก น้ำใจคนไทย ที่นอกจากจะช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ด้วยกันเองแล้ว สัตว์โลกหลายชีวิตก็ไม่มีทางทอดทิ้งกัน