ญี่ปุ่นเตรียมปล่อยภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของดาวอังคาร

ญี่ปุ่นเตรียมปล่อยภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของดาวอังคาร

ญี่ปุ่นพร้อมสร้างประวัติศาสตร์! เตรียมส่งภารกิจ MMX ลุยดวงจันทร์ของดาวอังคาร ภารกิจแรกของมนุษยชาติที่จะเก็บตัวอย่างกลับโลก

SHORT CUT

  • องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เตรียมส่งยาน MMX ในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของดาวอังคาร โดยจะเป็นภารกิจแรกของโลกที่ลงจอดบนดวงจันทร์โฟบอส
  • เป้าหมายหลักคือการเก็บตัวอย่างสสารจากใต้พื้นผิวของโฟบอสอย่างน้อย 10 กรัม และนำกลับมาวิเคราะห์บนโลกภายในปี พ.ศ. 2574
  • ข้อมูลจากภารกิจจะช่วยไขปริศนาต้นกำเนิดของดวงจันทร์บริวารดาวอังคาร และทดสอบเทคโนโลยีสำหรับการสำรวจดาวอังคารโดยมนุษย์ในอนาคต

ญี่ปุ่นพร้อมสร้างประวัติศาสตร์! เตรียมส่งภารกิจ MMX ลุยดวงจันทร์ของดาวอังคาร ภารกิจแรกของมนุษยชาติที่จะเก็บตัวอย่างกลับโลก

ญี่ปุ่นเตรียมเปิดฉากภารกิจอวกาศครั้งสำคัญ โดยองค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น (JAXA) ประกาศความพร้อมในการปล่อยยานสำรวจ Martian Moons eXploration (MMX) ขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด H3 จากศูนย์อวกาศทาเนงาชิมะ ในจังหวัดคาโกชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยมีกำหนดการยิงจรวดในเวลา 04:41 น. ของวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น 

ภารกิจ MMX มูลค่ากว่า 5.5 หมื่นล้านเยน (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) ถูกจับตามองจากทั่วโลกในฐานะภารกิจแรกของมนุษยชาติที่จะลงจอดบน 'โฟบอส' (Phobos) ซึ่งเป็นหนึ่งในสองดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร เพื่อเก็บตัวอย่างสสารจากพื้นผิวและนำกลับมายังโลก

ญี่ปุ่นเตรียมปล่อยภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของดาวอังคาร

ยานสำรวจประกอบด้วย 3 โมดูลหลัก และได้รับการออกแบบขาลงจอด 4 ขา เพื่อรองรับการแตะพื้นผิวโฟบอสที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำมาก เพียง 1 ใน 2,000 ของแรงโน้มถ่วงโลกเท่านั้น ตัวยานยังติดตั้งอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง เครื่องมือสังเกตการณ์ขั้นสูง และกล้องบันทึกภาพความละเอียดสูงพิเศษ (Ultra-HD) ที่พัฒนาร่วมกับสถานีโทรทัศน์ NHK

ตามแผนการ ยานจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ปีเพื่อไปถึงเขตรอบดาวอังคาร จากนั้นจะใช้เวลาทำการสังเกตการณ์และสำรวจเป็นเวลา 3 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลงจอดบนโฟบอสเพื่อขุดเจาะเก็บตัวอย่างวัสดุจากชั้นใต้พื้นผิวลึกอย่างน้อย 2 เซนติเมตร ให้ได้ปริมาณไม่น้อยกว่า 10 กรัม ก่อนจะส่งแคปซูลนำตัวอย่างกลับมาถึงโลกภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2574 (ค.ศ. 2031)

JAXA คาดหวังว่าข้อมูลและวัตถุพยานจากภารกิจนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยคลี่คลายปริศนาต้นกำเนิดของดวงจันทร์โฟบอสว่าเกิดจากการพุ่งชนหรือถูกแรงดึงดูดของดาวอังคารจับไว้เท่านั้น แต่ยังจะเป็นการพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการส่งมนุษย์ไปสำรวจพื้นผิวดาวอังคารในอนาคตอีกด้วย