สมาคมสื่อมวลชนชายแดนภาคใต้ แถลงเสียใจต่อเหตุความไม่สงบ ในภาคใต้

6 พ.ย. 2019 เวลา 9:20 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

จากเหตุการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้ของวันที่ 5 พ.ย. 2562 กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้ใช้อาวุธปืน บุกยิง ป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา  และลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 15 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย คนร้ายยังได้ปล้นอาวุธปืนไปยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ที่มีจิตอาสามาทำหน้าที่ปกป้องชุมชน

 

อ่านข่าว : คนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา อส.ดับ 2 บาดเจ็บ 1 ชาวบ้านเจ็บอีก 1

 

 

ล่าสุด สมาคมสื่อมวลชนชายแดนภาคใต้ได้ออมาแถลงการณ์ ฉบับที่ 2/2562 โดยมีใจความสำคัญว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ญาติพี่น้องผู้ได้รับผลกระทบ นี่จึงเป็นเหตุการณ์ที่ต้อง "ประณาม" และนี่เป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้เพียงแต่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ แต่รวมถึงสังคมไทย และคนไทยทั้งชาติ

นี่จึงเป็นสัญญาณที่ทุกคน ทุกฝ่ายต้องลุกขึ้นมาร่วมกันแก้ปัญหา

1.พี่น้องทุกชุมชนในพื้นที่ต้องไม่ให้ผู้ก่อเหตุร้ายซุกซ่อนหรือให้ที่พักพิง "ผู้ที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์"ไม่ควรเป็นญาติพี่น้องใคร

2.ต้องร่วมกันขจัดเงื่อนไขที่เชื่อมโยงให้มีขบวนการก่อการร้าย อาทิ ยาเสพติด หรือสินค้าหนีภาษี รวมถึงผู้มีอิทธิพล

3.พี่น้องชรบ. และกลุ่มอาสาสมัครดูแลพื้นที่ต้องไม่เสียกำลังใจ และต้องได้รับการดูและจากรัฐรวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

4.ฝ่ายการเมืองในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับ อบต. ไปจนถึงส.อบ.จ. และส.ส. ต้องมีความจริงใจในการร่วมแก้ปัญหา โดยยึดประโยชน์ประชาชนมากกว่าพรรค หรือกลุ่มการเมือง หรือประโยชน์ส่วนตัว

5.ฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องกระทำการรอบคอบในการจับกุมผู้ก่อเหตุร้าย เพื่อไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ โดยชุมชนและประชาชนในพื้นที่ควรให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

6.ฝ่ายความมั่นคงและทหาร จะต้องเร่งแก้ไข "การข่าว" เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือฝ่ายรัฐต้องสูญเสียมากเช่นปัจจุบัน

7.สื่อมวลชนต้องรายงานผลกระทบจากการสูญเสียมากกว่าเสนอรายละเอียดและความรุนแรงของเหตุการณ์พร้อมร่วมนำเสนอ แนวทางแก้ปัญหาเพื่อนำสู่สันติสุข

“ไม่มีใครจะปิดกั้นสื่อได้ แต่สื่อทุกคน หรือผู้ที่ต้องการสื่อสาร ควรมีจิตสำนึกสาธารณะ ที่เห็นแก่ประเทศชาติ และประชาชนส่วนใหญ่มากกว่าประโยชน์ส่วนตัว อีกทั้ง ทุกฝ่ายต้องมาร่วมกัน ปกป้องไม่ให้เราต้องสูญเสียผู้บริสุทธิ์รายต่อไป”