ข่าว ข่าวภาคใต้

ราชกิจจาฯ ประกาศให้อำนาจ กอ.รมน. ห้ามบุคคล 4 จว.ใต้ออกนอกเคหสถาน

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ให้อำนาจ กอ.รมน. กำหนดเงื่อนไขเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด มีผล 1 ธ.ค. 2562- 30 พ.ย.2563

หลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ใช้อาวุธปืนบุกเข้ากราดยิง ชรบ. จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไป 15 ศพ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551” ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการหรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการดําเนินการในอำนาจหน้าที่ของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และพนักงานเจ้าหน้าที่กอ.รมน.และห้ามบุคคลใดเข้าหรือให้บุคคลใดต้องออกจากบริเวณพื้นที่อาคารหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน. ภายในระยะเวลา การปฏิบัติหน้าที่ของกอ.รมน. เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานในเวลาที่กําหนด ตามที่ผู้อำนวยการกอ.รมน.หรือผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการประกาศกำหนด และห้ามนำอาวุธออกนอกเคหะสถาน รวมถึงห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ และให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดอันเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะการใช้ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของประชาชน

ในการนี้ ผู้อํานวยการกอ.รมน. กําหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกําหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควร เพื่อมิให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน โดยให้มีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่ อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี อําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา อําเภอเบตง จังหวัดยะลา และอําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และในเขตพื้นที่ อําเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.2562 ถึงวันที่ 30 พ.ย.2563

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน