เตือน! อย่าเชื่อมิจฉาชีพอ้างทำ “ใบขับขี่ปลอม”

กรมการขนส่งทางบก เตือนอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างรับทำใบขับขี่ปลอม ย้ำการขอรับใบอนุญาตขับรถ ต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนด้วยระบบ E-exam ผ่านการทดสอบขับรถตามมาตรฐานที่กำหนด และต้องมาสอบด้วยตนเองเท่านั้น

นายจงรักษ์ กิจสำราญกุล รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการให้กับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถเป็นไปตามระเบียบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศและต้องผ่านการอบรมและทดสอบข้อเขียน ทดสอบขับรถด้วยตนเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ สามารถมอบอำนาจได้) และไม่มีการเรียกเก็บเงินอื่นใดนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นหากมีผู้แอบอ้างอาสาดำเนินการแทนว่าสามารถขอใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบใดๆ ผู้ที่หลงเชื่อ นอกจากจะได้รับใบอนุญาตขับรถปลอม ไม่มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบ ไม่รองรับการใช้งานกับเครื่องแสดงตัวตนในการขับรถ และหากนำใบอนุญาตขับรถปลอมมาแสดงเป็นหลักฐานกับทางราชการ อาจมีความผิดตามกฎหมายอาญาฐานใช้เอกสารปลอมด้วย ทั้งนี้ใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกเป็นแบบสมาร์ทการ์ด(Smart card) รูปแบบที่มีเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด(QR Code) มีนวัตกรรมป้องกันความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลและนวัตกรรมป้องกันการปลอมแปลง เคลือบบัตรด้วยเทคโนโลยีโฮโลแกรม มีแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และระบบจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งยากต่อการปลอมแปลง

จึงขอแจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อ กลุ่มมิจฉาชีพที่รับอาสาดำเนินการแทนหรือรับปลอมแปลงเอกสารราชการโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้ก่ออาชญากรรมร้ายแรง อีกทั้งยังมีโอกาสสูญเสียเงินและเอกสารสำคัญด้วย ดังนั้นการมาติดต่อราชการที่กรมการขนส่งทางบกทุกครั้งขอให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยตรง เพื่อป้องกันมิให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ และหากพบเห็นบุคคลใดมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือได้รับการติดต่ออาสาดำเนินการแทนสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ รถจักรยานยนต์, รถยนต์สามล้อ ทั้งการขอใหม่และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ สามารถจองคิวอบรมภาคทฤษฎีเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ DLT e-Booking หรือเลือกช่องทางการอบรมกับสถาบันการศึกษาของรัฐได้ที่ได้ทำความตกลง (MOU) กับกรมการขนส่งทางบก ให้สามารถเป็นผู้ทำการทดสอบภาคทฤษฎีได้ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมกับสถาบันการศึกษาจะได้รับใบรับรองผ่านการอบรม สำหรับนำมายื่นแสดงเป็นหลักฐานขอเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ทดสอบข้อเขียน (E-exam) และทดสอบขับรถกับกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ โดยติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หรือเลือกเรียนและอบรมกับโรงเรียนสอนขับรถเอกชน ที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนสอนขับรถเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ หรือสถาบันการศึกษาดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/site/ltsb สอบถามเพิ่มเติมสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด