เลือกตั้ง 62 : ย้อนนาทียุบ "ไทยรักษาชาติ" - ฉีกแผน "แตกแบงค์พัน"

08 มี.ค. 2562 เวลา 3:02 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี

คำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ โดยศาลให้ความเห็นว่า ตามบทบัญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับแรก ในหมวดพระพระมหากษัตริย์ ว่า พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศนุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปย่อมที่จะดำรงอยู่เหนือการเมือง ซึ่งเป็นตามพระประสงค์ของรัชกาลที่ 7 ในระหว่างการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับแรก

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี

ซึ่งสาระสำคัญ ที่พระบรมวงศ์ศานุวงศ์ ย่อมอยู่เหนือการเมือง เพราะอาจนำมาซึ่งการถูกติเตียน เหตุซึ่งอาจนำมาซึ่งความขมขื่น จากรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ที่อาจมีการแบ่งฝักฝ่าย ที่นำไปสู่การโจมตีได้ นอกจากนี้ ยังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในปี 2543 ที่วินิจฉัยว่า พระราชวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไปไม่ต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อีกทั้ง พระมหากษัตริย์ทรงราษฎร์แต่มิได้ทรงปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี

ดังนั้น การกระทำของพรรรคไทยรักษาชาติ เพื่อแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นการกระทำที่เล็งเห็นได้ว่าจะส่งให้การปกครองไทยแปรเปลี่ยนเป็นพระมหาษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ และ ทรงปกครองด้วยทำให้หลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ต้องถูกบ่อนทำลายให้เสื่อมทรามโดยปริยาย

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี

ศาลรัฐธรรมนูญ ยังมีคำวินิจฉัย 6 ต่อ 3 ในการตัดสิทธิ์ กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ จำนวน 13 คน เป็นเวลา 10 ปี รวมถึง ห้ามใช้ชื่อ ชื่อย่อ และโลโก้ของพรรคในการจัดตั้งพรรคการเมืองอีก เพราะมีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำตาม มาตรา 92 วรรคสอง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ระบุว่า "เป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข"