Social Distancing หรือ ระยะห่างทางสังคม เป็นหนึ่งในมาตรการที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ ว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยชะลอการแพร่ระบาดในวงกว้าง

Social Distancing ระยะห่างทางสังคม ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

“Social Distancing” หรือ ระยะห่างทางสังคม คืออะไร

มหาวิทยาลัยจอห์นสฮอพกินส์ และศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐฯ อธิบาย “Social Distancing” หรือ ระยะห่างทางสังคม ว่าเป็นการปฏิบัติตัวทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันไม่ให้คนป่วยเข้าใกล้คนที่มีสุขภาพดี เพื่อลดโอกาสในการแพร่เชื้อ นอกจากแนะนำให้อยู่ห่างคนอื่นเป็นระยะอย่างน้อย 2 เมตร ยังควรยกเลิกกิจกรรมที่ทำเป็นกลุ่ม หรือกิจกรรมที่ทำในพื้นที่ปิด และควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน

ในขณะที่ โควิด-19 กำลังระบาด เป้าหมายของ ระยะห่างทางสังคม คือการชะลอการระบาด เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อของกลุ่มเสี่ยงและคนทำงานด้านบริการสุขภาพ ถ้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราผู้ติดเชื้อจะน้อยลง ดังนั้นคนที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และการใช้เครื่องช่วยหายใจก็จะน้อยลง

ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

นอกจากทิ้งระยะห่างจนคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร ควรหลีกเลี่ยงการรวมตัวของคนหมู่มาก และนั่นหมายถึง ไม่กอด ไม่จับมือคนอื่น (ซึ่งข้อนี้ ไทยเราส่วนใหญ่ ไม่น่ามีปัญหา) และแน่นอน อยู่ให้ห่างโดยเฉพาะใครที่ดูเหมือนมีอาการป่วย

นอกจากการอยู่ห่างคนอื่น การล้างมือด้วยวิธีที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เป็นการป้องกันตัวคุณเอง แต่เป้นการป้องกันคนรอบตัวคุณด้วย เพราะไวรัสสามารถติดต่อกันได้ โดยที่ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ ดังนั้นยากมาก ที่จะมองด้วยตาเปล่าแล้วบอกว่าใครติดเชื้อหรือไม่

อย่ารอให้พบผู้ติดเชื้อในชุมชนก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนพฤติกรรม ล้างมือ เมื่อคุณต้องเข้าที่อากาศปิด หรือต้องออกไปที่แจ้ง ก่อนทานอาหาร ก่อนสังคมกับคนที่เอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

สิ่งที่องค์กรต่างๆ ทำได้คือ

  • โรงเรียนและมหาวิทยาลัย ระงับการเรียนการสอนในห้องเรียนชั่วคราวไปก่อน หันมาใช้ระบบออนไลน์แทน
  • ทางการควรยกเลิกกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแข่งขันกีฬา จัดงานเทศกาล และขบวนพาเหรด
  • สำนักงานต่างๆ ควรให้ทางเลือกการทำงานที่ยืดหยุ่น รวมถึงการสื่อสารกันทางไกล หรือทำงานจากบ้าน
  • องค์กรและธุรกิจต่างๆ ควรยกเลิกกิจกรรมที่จะทำให้คนมาชุมนุมกัน รวมถึงการประชุมต่างๆ
  • สถาบันทางศาสนาควรยกเลิกกิจกรรมต่างๆ

การแทรกแซงชุมชนมีบทบาทสำคัญมาก แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมส่วนบุคคลสำคัญยิ่งกว่า

การทิ้งระยะห่างทางสังคม ได้ผลจริงหรือ

ผู้เชี่ยวชาญยกตัวอย่างการระบาดของ ไข้หวัดสเปน เมื่อปี 1918 เมืองที่เริ่มมาตรการแทรกแซงชุมชนตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างเช่นการปิดโรงเรียน และห้ามการรวมตัวในที่สาธารณะ สามารถลดอัตราการตายได้อย่างเห็นความแตกต่าง

อย่างการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาครั้งใน 2 เมืองในจีนมีวิธีรับมือที่ต่างกัน อัตราการแพร่ระบาดจึงต่างกันไปด้วย กว่างโจวที่มีมาตรการควบคุมโรคระบาดตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลให้ถึงจุดพีคช้าที่สุด ขณะที่เมืองอู่ฮั่นเริ่มมาตรการหลังการเริ่มระบาดแล้วหลายเดือน

วิธีอื่นที่จะช่วยลดจำกัดการแพร่เชื้อได้

Isolation (การแยกตัว, โดดเดี่ยวตัวเอง) หมายถึงการแยกตัวคนที่มีเหตุผลเชื่อได้ว่าอาจมีเชื้อ ออกจากคนอื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ การโดดเดี่ยวตัวเองอาจเป้นไปด้วยความสมัครใจ หรือรัฐบาลสั่ง

Quarantine (การกักกันโรค) โดยทั่วไปหมายถึงการแยกคนที่เชื่อว่าอาจติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ออกจากคนที่ยังไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยงติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำให้กักกันเป็นระยะเวลา 14 วัน

อ่านเพิ่มเติม วิธี กักกันตัวเอง ที่บ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด