Alive Innovation ข่าว

Bubble Barrier นวัตกรรมใหม่ช่วยกำจัดขยะในคลอง

ทุกๆ 1 นาที จะมีการทิ้งขยะลงในมหาสมุทรเท่ากับรถบรรทุก 1 คัน นั่นหมายความว่า ภายใน 24 ชั่วโมง มีขยะเต็มรถบรรทุก 1,440 คัน ถูกทิ้งลงในแหล่งน้ำ หรือเฉลี่ยราวปีละ 8,000 กิโลกรัม ซึ่งสัดส่วนขยะในทะเลประมาณ 2 ใน 3 ล้วนมาจากลำคลองในชุมชน ด้วยข้อมูลเหล่านี้ สตาร์ทอัพในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ จึงพยายามคิดค้นกำแพงกั้นขยะในลำคลอง ก่อนที่จะไหลไปยังมหาสมุทร

หลังจากที่ซุ่มพัฒนาและทดสอบระบบตั้งแต่ปี 2017 ในที่สุด Bubble Barrier เครื่องสร้างกำแพงฟองอากาศใต้น้ำ ก็ถูกนำออกมาใช้งานครั้งแรก เพื่อสกัดขยะพลาสติกจากคลองอัมสเตอร์ดัม ไม่ให้ไหลไปยังทะเลเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติค ซึ่งลักษณะของเครื่องเป็นท่อที่มีรูเป่าอากาศ ความยาวราว 60 เมตร วางนอนเป็นแนวทแยง อยู่บนพื้นดินใต้คลอง เมื่อเครื่องทำงานก็จะสร้างแรงดันขยะตกค้างให้ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ จนลอยไปติดตลิ่ง และสามารถเก็บขยะเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ ไม่ใช่แค่สกัดขยะได้จำนวนมาก แต่ระหว่างที่เครื่องทำงาน มันยังเป็นมิตรต่อสัตว์น้ำทุกชนิดด้วย เพราะแม้แต่พวกปลาตัวเล็ก ๆ ก็สามารถว่ายผ่านกำแพงฟองอากาศใต้น้ำไปได้ ส่วนการเดินเรือผ่านกาเครื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน Bubble Barrier จึงเป็นเทคโนโลยีที่สามารถอยู่ร่วมกับคนและสัตว์ได้อย่างกลมกลืน

ฟิลิป เออร์ฮอร์น ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ตอัพ The Great Bubble Barrier ได้แรงบันดาลใจจากการมองเห็นถังขยะในมุมห้องน้ำ ที่มนุษย์สามารถควบคุมให้ขยะรวมกันอยู่แค่ตรงมุมห้อง ซึ่งเขามองว่าเราควรทำแบบนั้นกับขยะในมหาสมุทรเช่นกัน จึงคิดวิธีควบคุมทิศทางขยะใต้ทะเล โดยเอากลไกมาจากโรงบำบัดน้ำเสีย ที่ใช้วิธีการเป่าฟองอากาศขึ้นบนผิวน้ำ แบบเดียวกับอ่างจากกุซซีขนาดยักษ์ และร่วมมือกับอีกหนึ่งทีมวิจัยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่พยายามสร้างม่านกั้นขยะใต้น้ำที่จะปล่อยให้สิ่งมีชีวิตและเรือข้ามม่านกั้นนั้นไปได้

ทั้งนี้ ตามแผนการใช้งาน Bubble Barrier ครั้งแรกที่อัมสเตอร์ดัม จะเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อกันถึง 3 ปี โดยมีจุดประสงค์คือการขุดลอกคูคลองให้สะอาด ซึ่งสามารถเก็บขยะได้แล้วมากกว่า 42,000 กิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หากแนวโน้มของการใช้งานเครื่องนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่แน่ว่ากลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลอาจนำนวัตกรรมนี้ไปใช้ในคลองแห่งอื่นทั่วโลก