Alive ข่าว

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของมาเฟียอันมืดมนใน The Irishman

“Whatever you need me to do, I’m available.“ (ไม่ว่าคุณจะให้ผมทำอะไร ผมพร้อม) เป็นคำพูดของตัวละครเอกจากภาพยนตร์เรื่อง The Irishman ที่กำลังฉายอยู่ใน Netflix ผลงานล่าสุดของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ผู้กำกับชั้นครูที่มีผลงานหนังขึ้นหิ้งอย่าง Taxi Driver, Goodfellas, Shutter Island, The Wolf of wall street และการกลับมารวมงานกับนักแสดงคู่บุญของสกอร์เซซี่อย่าง โรเบิร์ต เดอนีโร สมทบด้วย อัล ปาชิโน และโจ เพสซิ

The Irishman เล่าถึงชีวิตการเป็นมาเฟียของ แฟรงค์ ชีแรน (รับบทโดย โรเบิร์ต เดอ นีโร) อดีตทหารผ่านศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กลับมารับอาชีพเป็นคนขับรถบรรทุกขนส่งเนื้อไปทำสเต็ก และรับอาชีพเป็นมือปืนให้กับกลุ่มมาเฟีย จากการชักชวนของรัสเซล บัฟฟาลีโน (รับบทโดย โจ เพสซี) ผู้นำแก๊งมาเฟียผู้มีอิทธิพลในอเมริกาช่วงยุค 70 และ จิมมี่ ฮอฟฟา (รับบทโดย อัล ปาชิโน) ผู้นำสหภาพแรงงาน ที่เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนรักของแฟรงค์ แฟรงค์สามารถทำทุกอย่างที่เพื่อนทั้ง 2 ร้องขอมา ถึงแม้ว่ามันจะสร้างแผลในใจให้กับแฟรงค์และครอบครัวไปตลอดกาล แต่แล้วทั้ง 3 คนต้องเข้าไปพัวพันกับภารกิจที่มีผลกระทบทั้งการเมือง สังคมอเมริกัน และวงการมาเฟีย ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของแฟรงค์ รัสเซล และ บัฟฟาลิโน อาจจะต้องจบลง

The Irishman ออกฉายแบบจำกัดโรงก่อนที่จะฉายลงใน Netflix ผู้ชมและนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ชื่นชมกับหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก รวมถึงผู้เขียนด้วย นักวิจารณ์บางคนยกหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีที่สุดของปี 2019 เลยก็ว่าได้ และ The Irishman ยังทำให้แฟนๆหนังที่ชื่นชอบผลงานของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ และชื่นชอบหนังมาเฟียได้หายคิดถึง เหมือนที่สกอร์เซซี่เคยทำไว้ในหนังเรื่อง Goodfellas หนังมาเฟียหักเหลี่ยมเฉือนคมที่ทำให้โจ เพสซิ คว้ารางวัลนักแสดงสบทบชายยอดเยี่ยมบนเวที Oscar มาแล้ว

The Irishman มีเนื้อเรื่องที่ชวนติดตามโดยเล่าผ่านตัวละครแฟรงค์ในช่วงขาลงของชีวิต ตั้งแต่รับอาชีพคนขับรถบรรทุกถึงช่วงชีวิตที่มีชื่อเสียงและอำนาจ ปมของตัวละครที่มีความน่าสนใจ อย่าง ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความซื่อสัตย์ การทรยศหักหลังของตัวละคร ทำให้คนดูอดสงสัยไม่ได้ว่าตัวละครในเรื่องนั้น ไม่มีใครน่าไว้ใจ ไม่มีใครเป็นมิตรและศัตรูที่ชัดเจน การแสดงของ เดอ นีโร, ปาชิโน และ เพสซิ ทำให้คนดูเข้าถึงอารมณ์ของความเป็นผู้มีอิทธิพลในแวดวงธุรกิจดำมืดในอเมริกายุคนั้น จนบางทีรู้สึกว่าทั้ง 3 คนนั้นเป็นมาเฟียจริงๆ  สไตล์การถ่ายทำของสกอร์เซซี่ยังคงรูปแบบเดียวกันกับเรื่องอื่นๆที่คนดูคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการให้ตัวละครพูดกับคนดู การใช้เสียงบรรยาย การถ่ายทำโดยใช้ดอลลี่รวมถึงการใช้เพลงประกอบแต่ละฉากได้เหมาะสมและเข้ากับอารมณ์ของตัวละครอย่างมาก

มาร์ติน สกอร์เซซี่ ถือเป็นผู้กำกับชั้นนำอีกหนึ่งคน ที่มาร่วมงานกับ Netflix ในการทำ Netflix original film ซึ่งก่อนหน้านี้มี อัลฟองซัว กัวรอง ในหนังเรื่อง Roma ที่ไปคว้ารางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสมาครอง ถือได้ว่า Netflix เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาในการรับชม และความยาวของคอนเทนต์ จึงทำให้สกอร์เซซี่ ทำหนังเรื่องนี้โดยมีความยาวถึง 209 นาที หรือเกือบ 3 ชั่วโมงครึ่ง

The Irishman อาจจะเป็นหนังมาเฟียที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในการดูหนังของยุคนี้ เพราะในช่วงที่บรรดาสตูดิโอคนทำหนังและคนดูให้ความสนใจกับหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ หนังแอ็คชั่นไซไฟเป็นส่วนใหญ่ น้อยนักที่จะมีหนังมาเฟียที่มีเนื้อหาหักเหลี่ยมเฉือนคม แถมดูสนุกออกมาให้เราได้รับชมกัน

นักดูหนังที่เป็นคนรุ่นใหม่หลายๆคนอาจจะไม่คุ้นชินกับหนังแนวๆนี้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครอยากดูหนังที่มีความเป็นศิลปะในการเล่าเรื่อง ศิลปะในการถ่ายทำ ศิลปะการแสดง ภาพยนตร์ The Irishman ก็เป็นหนังที่ทำจากผู้กำกับที่มีศิลปะและหัวใจในการทำหนังคนหนึ่งของวงการ