Alive Edutainment

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แข็งแรง

ความสัมพันธ์ย่อมมีพื้นที่ให้ผิดพลาดบ้าง และมีพื้นที่ให้การให้อภัย สำคัญมากที่คุณต้องเข้าใจว่าไม่มีใครเพอร์เฟก เพราะความสัมพันธ์ที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟก แต่ต้องรู้สึกเติมเต็มและพึงพอใจ

การที่คิดว่าความสัมพันธ์ที่แข็งแรง ทั้งสองฝ่ายต้องรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ไม่เคยทะเลาะ ไม่เคยเห็นไม่ตรงกัน หรือถ้าต้องหานักบำบัด ยิ่งหมายความว่ามันแย่แล้ว ความคิดเหล่านี้ต่างเป็นความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับคามสัมพันธ์ที่แข็งแรงระหว่างคู่รัก

เรื่องนี้สำคัญ เพราะความเชื่อส่งผลโดยตรงต่อการกระทำ และการที่เราประเมินสถานะและความพึงพอใจความสัมพันธ์ของเรา เช่นถ้าคุณเชื่อว่าคู่ของคุณควรจะรู้เองโดยสัญชาติญาณว่าคุณต้องการอะไร คุณเลยไม่แสดงออกอย่างชัดเจน เลยกลายเป็นว่าคุณลงเอยด้วยความไม่พอใจ โกรธ หรือรู้สึกไม่เติมเต็ม พูดได้ว่าความเชื่อของคุณอาจนำไปสู่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิตคู่ก็ได้

ความสัมพันธ์ที่แข็งแรงมันไม่ได้เท่าเที่ยมทั้งสองฝ่าย

ไม่ใช่ว่าทั้งสองฝ่ายมีความเท่าเทียมในทุกเรื่อง 50 – 50 บางครั้งอาจเป็น 90-10 อยู่นานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน กุญแจสำคัญคือทั้งคู่ต้องสนับสนุนกันและกัน มีความเชื่อมันว่าสัดส่วนความไม่เท่าเทียมนี้มันเปลี่ยนแปลงได้ตลอด สำคัญคือรับรู้ได้ว่าตอนนี้คุณและคู่ของคุณอยู่ตรงไหนบนมาตรวัด สื่อสารกันอย่างเปิดเผย พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้อีกฝ่าย และไม่เหมาเอาว่าอีกฝ่ายมีความตั้งใจไม่ดี

ความสัมพันธ์ที่แข็งแรงก็ยังมีเรื่องไม่ลงรอยกัน

ทุกความสัมพันธ์ย่อมมีเรื่องขัดแย้ง เพราะมนุษย์นั้นซับซ้อน มีความเชื่อ, ความต้องการ, ความคิด ที่แตกต่างกัน ความแตกต่างกันระหว่างคู่รักที่มีความสัมพันธ์ที่แข็งแรง คือต่างฝ่ายต่างพยายามแก้ไขความขับข้องใจที่อีกฝ่ายมีให้เร็วที่สุด ความขัดแย้ง แม้เล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไข จะกลายเป็นความโกรธแค้นและขมขื่นในที่สุด

คู่รักที่แข็งแรง พยายามทำตามสัญญาที่ให้กันในวันแต่งงาน

ถ้าคุณได้ให้คำสัญญาอะไรไว้ในวันแต่งงาน เป็นไปได้ว่าคุณได้ให้คำมั่นในวันที่คุณให้มาตรฐานตัวเองสูง เป็นมาตรฐานว่าคุณจะทำตัวอย่างไรในวันที่ดีหรือวันที่แย่ และคุณเป็นคู่รักในแบบไหน แน่นอนว่าบางทีมันไม่ง่ายเลยที่จะทำตามคำสัญญา แต่ความสัมพันธ์ที่แข็งแรงคือเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่เกิด ความโกรธ-ความบ้า ในเวลาเดียวกัน

คู่รักที่แข็งแรง นึกถึงอีกฝ่ายก่อน

นั่นหมายความว่า คุณให้ความสำคัญคู่ตัวเองก่อนคนอื่นและสิ่งอื่นๆ อย่างเช่นคุณวางแผนจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน แต่คู่ของคุณอยากอยู่บ้านเฉยๆ คุณจึงตัดสินใจว่าจะไปเที่ยววันอื่นแล้วอยู่บ้านกับคู่ของคุณแทน หรือเมื่อคู่ของคุณอยากดูหนังที่คุณไม่สนใจเลย แต่คุณก็ยอมไปดูด้วยอยู่ดีเพื่อที่จะได้ใช้เวลาด้วยกัน หรือถ้าคู่ของคุณบอกว่าเริ่มรู้สึกเหมือนห่างกันเกินไป คุณอาจยกเลิกนัดอย่างอื่น แล้วใช้เวลาคุยกันสองคน

คู่รักที่แข็งแรงปกป้องกันและกัน

นั่นหมายความว่าต่างฝ่ายต่างปกป้องอีกฝ่ายจากสถานการณ์ที่อาจสร้างความเจ็บปวด และไม่ทำร้ายกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง และเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น คุณควรเลือกข้างคู่ของคุณเสมอเวลาที่เขาขัดแย้งกับคนอื่น และถ้าคุณไม่ชอบจุดยืนของเขา คุณค่อยมาคุยกันส่วนตัว ถ้าคนอื่นทำให้คู่ของคุณรู้สึกแย่ คุณต้องปกป้องเขา ถ้าคนอื่นมีปัญหากับคู่ของคุณ แทนที่คุณจะทำตัวเป็นคนกลาง ควรให้คนนั้นมาคุยกับคู่ของคุณโดยตรง

สุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความสัมพันธ์ที่แข็งแรงคือเมื่อทั้งสองฝ่ายมีความรักอย่างอดทน และทนที่จะผิดหวังได้ ความสัมพันธ์ย่อมมีพื้นที่ให้ผิดพลาดบ้าง และแน่นอนว่ามีพื้นที่ให้การให้อภัย สำคัญมากที่คุณต้องเข้าใจว่าไม่มีใครเพอร์เฟก เพราะความสัมพันธ์ที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟก แต่ต้องรู้สึกเติมเต็มและพึงพอใจ แน่นอนว่าย่อมมีเห็นไม่ตรงกันและเข้าใจผิดกันบ้าง แต่คุณต้องสร้างความเชื่อมั่นและพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์