ภาพยนตร์แห่งการ ”มูฟออน” ที่ spark joy คนเคยทิ้งและเคยถูกทิ้ง

31 ธ.ค. 2562 เวลา 2:02 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

​จริงๆ ช่วงสิ้นปี ถ้าไม่มีอะไรทำ ก็ควร “มูฟ” ไปโรงหนัง หาหนังดีๆ ดูสักเรื่องหนึ่งกับครอบครัวหรือกับแฟนก็ได้ ซึ่ง “ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ" ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่น่าสนใจ จะบอกว่าผู้เขียนเป็นแฟนหนังของ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ดูมาแล้วทุกเรื่อง ตั้งแต่หนังอินดี้เรื่องแรกๆ อย่าง “36” , “Mary is happy,Marry is happy“, “Die Tomorrow” หรือ หนังแมส (แบบเต๋อๆ) อย่าง “ฟรีแลนซ์....ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” พอเต๋อ นวพล ประกาศว่าจะทำ “ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ” ผู้เขียนจึงสนใจในหนังเรื่องนี้พอสมควร​

​ฮาวทูทิ้ง (ขอพิมชื่อหนังสั้นๆ ละกัน) เล่าถึงการจัดบ้านช่วงปีใหม่ที่ต้องเก็บบางสิ่ง ทิ้งบางอย่าง และเอาไปคืนบางคน ซึ่ง “จีน” (รับบทโดย ออกแบบ ชุติมณฑน์) ต้องการที่จะสร้างออฟฟิศสไตล์มินิมอลในบ้านของตัวเอง จึงต้องการที่จะทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็นออกไป โดยไม่สนว่าของชิ้นนั้นจะมีคุณค่าทางความทรงจำมากมายสักแค่ไหน แม้กระทั่งของที่ได้มาจากเพื่อนๆ และคนรักก็ตาม โดยจีนได้รับความช่วยเหลือจาก เจย์ พี่ชายของเขา (รับบทโดย หมี ถิรวัฒน์ ) คอยช่วยเหลือจีนและออกความเห็นอยู่ข้างๆ เสมอ จนกระทั่งจีนได้เจอของชิ้นหนึ่ง เป็นกล้องฟิล์ม ของ “เอ็ม” (รับบทโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) อดีตแฟนของจีน ได้ฝากกล้องเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนจะเลิกกัน กล้องฟิล์มและเอ็ม จึงกลายเป็นสิ่งที่เคยถูกทิ้งในอดีตและ สิ่งของชิ้นนั้นกำลังทำให้เขาและเธอกลับมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งการทิ้งสิ่งของ อาจจะไม่ได้แปลว่าทิ้งความทรงจำและความรู้สึกลงไปด้วย

​สำหรับผู้เขียนคิดว่า “ฮาวทูทิ้ง” น่าจะเป็นหนังที่กระแทกใจคนดูหลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่มีประสบการณ์ทางความสัมพันธ์​ระหว่างคนกับสิ่งของที่ลึกซึ้ง เพราะมันไม่ใช่แค่วัตถุ แต่มันบรรจุความทรงจำระหว่างเราไปด้วย  เช่น การเห็นของชิ้นหนึ่ง จะนึกถึงคนๆ นั้นที่เคยมอบให้  อะไรก็ว่ากันไป แต่มันจุกตรงที่ บางคนเลือกที่จะจำ แต่บางคนเลือกที่จะลืม เขาและเธอกลายเป็นคนถูกทิ้ง จมอยู่กับอดีตที่มีวัตถุเป็นเครื่องเตือนใจ ซึ่งผู้กำกับค่อนข้างละเอียดมากในการดึงความรู้สึกของตัวละครแต่ละคน ให้กระแทกใจคนดู คนที่มาดูเรื่องนี้ก็จะคงรู้สึกว่า “ใช่ ฉันรู้สึกแบบนั้น ฉันเคยทำแบบนี้กับคนๆนึงมาก่อน” ก็ไม่แปลกที่ดูแล้วก็จะอดคิดถึงการกระทำของตนเอง (ในโรงหนังมีคนร้องไห้กับเรื่องนี้อยู่พอสมควร แต่ไม่ใช่กับผู้เขียน อิอิ) มันเป็นหนังที่มีความพุทธฯ มากๆ เพราะพูดถึงการปล่อยวาง ปล่อยวางทางวัตถุนิยม เช่น ในหนังเราจะเห็นว่า อยากจัดบ้านแบบมินิมอล จึงต้องปล่อยวางสิ่งของ กั้นใจ ทิ้งมันไป และปล่อยวางทางความรู้สึก ดั่งเช่น จีนเลือกที่จะเอากล้องไปคืนเอ็ม เพื่อจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด และปล่อยวางทางความสัมพันธ์ของจีนและเอ็ม แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บางทีพยายามลืม แต่หัวใจกลับสั่งให้จำ มันคือความปวดร้าวทางจิตใจของตัวละครทั้งหมดในเรื่อง ซึ่งอาจจะบอกว่า นี่มันหนังที่มีแต่ตัวละครใจร้ายจังเลย ทิ้งกันได้ลงคอ อะไรทำนองนี้ แต่หนังไม่ได้พูดแค่ในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงและชาย แต่กลับพูดถึงความสัมพันธ์กันในครอบครัวด้วย ในแง่ของการแสดง คงไม่ต้องเล่าอะไรกันมาก ดีทุกคนจริงๆ ทั้งออกแบบและซันนี่

​“ฮาวทูทิ้ง” อาจจะไม่ใช่หนังที่เข้าไปในความรู้สึกของผู้เขียนมากนัก (ชอบ “ฟรีแลนซ์“ กับ “Die Tomorrow” มากกว่า) แต่มันอาจจะเข้าไปกระทบจิตใจของใครหลายๆ คน และมันก็เป็นหนังไทยที่ยอดเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่งของปีนี้ที่เราต้องไปดูกัน

​คำเตือน อย่าชวนแฟนเก่าไปดู และ หนังมันไม่ได้โรแมนติก Feel good ขนาดนั้น

สวัสดีปีใหม่