ไขคำตอบ โควิด 19 ติดต่อผ่านทางดวงตา ได้หรือไม่

29 มี.ค. 2563 เวลา 2:21 น.

ไขข้อข้องใจกับคำถามที่ประชาชนให้ความสนใจว่า โรคโควิด 19 สามารถติดต่อผ่านทางดวงตาได้หรือไม่ โดย จักษุแพทย์โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)

ประเทศไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามทางสาธารณสุขครั้งใหญ่ในขณะนี้จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด 19 จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ภาครัฐได้บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการคัดกรอง เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างเข้มข้น

แพทย์หญิงสายจินต์ อิสีประดิฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) กล่าวว่า โรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ มีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ มีการศึกษาวิจัยในประเทศจีน พบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID-19 จะมีอาการตาแดงร่วมด้วยประมาณ 0.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรายงานการตรวจพบเชื้อไวรัสนี้ในน้ำตา และสารคัดหลั่งเยื่อบุตาอีกด้วย ซึ่งเชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ผ่านสารคัดหลั่งเช่นน้ำมูก น้ำลายที่มีเชื้อโรคผ่านทางระบบทางเดินหายใจจากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้

มีคำถามที่ประชาชนให้ความสนใจว่า ไวรัส โควิด 19 จะติดต่อทางตาได้หรือไม่?

แพทย์หญิงดวงดาว ทัศณรงค์ จักษุแพทย์เชี่ยวชาญโรงพยาบาลเมตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ชี้แจงว่า เนื่องจากดวงตามีทางติดต่อกับโพรงจมูกโดยมีการระบายน้ำตา และสารคัดหลั่งเยื่อบุตาผ่านท่อระบายน้ำตาเข้าสู่โพรงจมูก ดังนั้น ถ้าได้รับเชื้อเข้าสู่ดวงตาในปริมาณที่มากพอ เช่น ถูกไอหรือจามใส่หน้าโดยตรงและมีสารคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้เข้าสู่ดวงตา ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่ สารคัดหลั่งเหล่านี้จะถูกระบายเข้าสู่โพรงจมูก

แต่โดยทั่วไปแล้ว ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรค COVID-19 ไม่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้ด้วยตัวมันเอง แต่จะอยู่ในน้ำมูก หรือ น้ำลายของผู้ป่วยที่ถูกไอหรือจามออกมา ดังนั้น ถ้าเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมปกติโดยทั่วไป โอกาสที่จะมีไวรัสลอยเข้ามาสู่ดวงตา และระบายเข้าสู่เยื่อบุโพรงจมูกนั้นเป็นไปได้ต่ำมาก และปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดเชื้อผ่านทางดวงตา ส่วนการติดเชื้อจากการได้รับเชื้อจากน้ำตาหรือสารคัดหลั่งเยื่อบุตาของผู้ป่วยนั้น เนื่องจากมีรายงานการพบเชื้อ COVID-19 ในน้ำตาและสารคัดหลั่งเยื่อบุตา

ดังนั้น ถ้ามีการสัมผัสของสารคัดหลั่งดังกล่าวจากตาผู้ติดเชื้อ และนำเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ก็อาจมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ ถ้าในสารคัดหลั่งดังกล่าวมีเชื้อไวรัสนี้อยู่

ข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่าการะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่ยังไม่ประกาศจำกัดการเดินทางสำหรับประเทศไทยได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ประกาศ ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 และประกาศให้ประเทศจีน เกาหลีใต้อิตาลี และอิหร่าน เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย เมื่อวันที่ 5 มีนาคุม 2563 แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเขตโรคติดต่ออันตราย หากไม่มีความจำเป็นกรณีที่จำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด ควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำวิธีป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างเคร่งครัด คือ

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ
  • ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอ จาม
  • เลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุก ทั้งเนื้อสัตว์ไข่ และผักสด ผลไม้
  • หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือลูบมือจนกว่าจะแห้ง
  • ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า, แก้วน้ำ, ผ้าเช็ดตัว เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ
  • รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง หลังเดินทาง แนะนำให้สังเกตอาการ ภายใน 14 วัน หากมีไข้ ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอมีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย แล้วล้างมือ และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ปอดบวม และอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

เรื่องน่ารู้จาก COVID-19

อ่านข่าวแนะนำ >>> วิธี กักกันตัวเอง ที่บ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/630786

อ่านข่าวแนะนำ >>> Social Distancing ระยะห่างทางสังคม ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/631471

อ่านข่าวแนะนำ >>> วิธีรับมือ ความวิตกกังวลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/634538

อ่านข่าวแนะนำ >>> How To ดูแล สุขภาพจิต เด็กและเยาวชน ระหว่างโรคระบาด

https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/635009

อ่านข่าวแนะนำ >>> How to ทำงานจากบ้าน พร้อมเลี้ยงลูกไปด้วย แบบไม่เสียสติ

https://www.springnews.co.th/alive/edutainment-alive/636779