Spring News

ยูโร 2020 : เยอรมนีโล่งเข้ารอบหืด โรนัลโด้พาโปรตุเกสเสมอฝรั่งเศส ลิ่วคู่

24 มิ.ย. 2564 เวลา 1:33 น. 49

ฟุตบอลยูโร 2020 เดินทางมาถึงบทสรุปรอบแรกแล้ว โดย 2 กลุ่มสุดท้ายผ่านพ้นการลงสนามไปแล้ว เยอรมนีเอาตัวรอดอย่างหืดจับที่สุด ขณะที่ โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส จบลงอย่างสุดมัน ก่อนเข้ารอบทั้งสองทีม ส่วนสเปนไว้ลายนัดสุดท้าย งัดฟอร์มเก่งออกมาได้ทันเวลา ติดตามได้ในโพสต์เดียวจบ

1) ฟุตบอลยูโร 2020 เดินมาทาถึงบทสรุปนัดสุดท้ายรอบแรกของทุกทีมแล้ว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นนัดสุดท้ายของกลุ่มอีและกลุ่มเอฟ , เริ่้มต้นกันที่คู่ดึก ในกรุ๊ปออฟเดธ กลุ่มเอฟ เยอรมนี ภายใต้การคุมทีมของโยอัคคิม เลิฟ เข้ารอบแบบหืดขึ้นคอสุดๆ หลังเสมอกับ ฮังการี 2-2  และได้ประตูไล่ตีเสมอท้ายเกม จากเลออน กอร์เร็ตส์ก้า ตัวสำรอง และทำให้ เยอรมนี จบอันดับที่ 2 ของกลุ่ม F ด้วยผลงาน 4 คะแนนจาก 3 นัด ส่วน ฮังการี ต้องตกรอบไปจากการมี 2 คะแนน โดย ‘อินทรีเหล็ก’ จะเข้ารอบไปอยู่ในสายล่าง พบกับ อังกฤษ ในรอบน็อกเอาต์

เกมนี้ ประตูในนาทีที่ 11 ของ อดัม ซาไล กลายเป็นประตูที่เยอรมนี เสียเร็วสุดในฟุตบอลยูโร นับตั้งแต่ที่อินทรีเหล็กเคยโดน โรมาเนีย ยิงในนาทีที่ 5 เมื่อยูโร 2000

ประตูของ อันเดรียส ชาเฟอร์ เกิดขึ้นหลังจากประตูตีเสมอของ ไค ฮาเวิร์ตซ์ เพียง 91 วินาที  

2) ขณะที่ จามาล มูเซียล่า กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมนีในฟุตบอลระดับเมเจอร์ ด้วยวัย 18 ปี 117 วัน โดยลงมาปั้นเกมในช่วงท้ายเกม 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 


 3 ) ส่วนอีกคู่ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ โปรตุเกส เสมอกับ ฝรั่งเศส 2-2 ทั้งสองทีมกอดคอกันเข้ารอบทั้งคู่ โดย ฝรั่งเศส เข้ารอบไปอยู่ในสายบนพบกับ สวิตเซอร์แลนด์  ส่วน โปรตุเกส ก็ไปอยู่ในสายบนเช่นเดียวกัน และต้องไปเจอของแข็งอย่าง เบลเยียม

4) ด้าน คริสเตียโน โรนัลโด้ ซึ่งยิง 2 ประตูจากเกมนี้ ทำให้ ยิงประตูที่ 109 ในนามทีมชาติขึ้นไปทาบสถิติการทำประตูในนามทีมชาติสูงสุดของ อาลี ดาอี ตำนานชาวอิหร่าน และมีโอกาสที่จะขึ้นไปทำสถิติสูงสุดตลอดกาลแต่เพียงผู้เดียวได้ในทัวร์นาเมนต์นี้เลย

จำนวน 2 ประตูของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะยุโรปที่ยิงในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับชาติมากที่สุดที่ 21 ประตู แซงหน้า มิโรสลาฟ โคลเซ่ จอมเหินเวหาของเยอรมนี เจ้าของสถิติร่วมก่อนแข่งที่ทำไว้ 19 ประตูไป 2 ลูกด้วยกัน

 5 ) ขณะที่ คาริม เบนเซม่า กองหน้าฝรั่งเศส ก็กลับมาทำประตูแรกให้ทีมชาติฝรั่งเศสได้ในรอบ 5 ปี 258 วัน โดยประตูสุดท้ายที่เขาทำก่อนเกมนี้ต้องย้อนไปในวันที่ 8 ตุลาคม 2015 และเป็นการทิ้งระยะระหว่างการทำประตูยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ ดิดิเยร์ เดส์ช็องป์ส ซึ่งเป็นกุนซือของทีมคนปัจจุบัน ซึ่งทำประตูที่ 3 และ 4 ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส (7 ปีเศษ) ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในเกมพบโปรตุเกส เหมือนกัน

 เกมนี้ยังเป็นเกมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร ที่มีการทำประตูจากลูกที่จุดโทษเกมเดียวถึง 3 ลูก ไม่นับเกมที่มีการดวลลูกจุดโทษเพื่อตัดสิน
ronaldo 6 ) ย้อนเข็มนาฬิกากลับไปที่คู่ 23.00 น. ในยูโร 2020 กลุ่ม E สเปน คืนฟอร์มเก่งไล่ถล่ม สโลวะเกีย 5-0 แต่เกมนี้ อัลบาโร่ โมราต้า พลาดจุดโทษพลาด นั้นทำให้ สเปน พลาดลูกที่จุดโทษครั้งที่ 2 ติดต่อกัน กลายเป็นชาติแรกนับตั้งแต่ เนเธอร์แลนด์ในปี 2000 ที่พลาดลูกที่จุดโทษ 2 ครั้งขึ้นไปในการแข่งขันยูโรครั้งเดียว 

สเปน ยิง 5 ประตูในการแข่งขันนัดเดียวของศึกฟุตบอลยูโรเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ 42 เกมในฟุตบอลรายการนี้ พวกเขาเคยยิงมากที่สุดคือ 4 ประตูเท่านั้นในเกมเอาชนะ อิตาลี ปี 2012

 7 ) ประตูของ แฟร์รัน ตอร์เรส ที่ลงมาเป็นตัวสำรองและยิงประตูได้ในนาทีที่ 67  เกิดขึ้นในเวลา 44 วินาที หลังจากที่เขาลงสนามไป และถือเป็นประตูที่เร็วที่สุดจากตัวสำรองนับตั้งแต่ที่ ฆวน คาร์ลอส วาเลรอน ยิงได้หลังจากถูกเปลี่ยนลงมา 39 วินาที ในเกมที่พบกับ รัสเซีย ปี 2004 และทั้ง 2 เหตุการณ์คนทำได้คือนักเตะของสเปนทั้งคู่

8 ) อีกคู่ในกลุ่ม อี  สวีเดน เอาชนะ โปแลนด์ 3-2 คว้าแชมป์กลุ่ม E โดยจะเข้ารอบไปพบกับ ยูเครน ที่คว้าโควตาที่ 3 ที่ดีที่สุดทีมสุดท้ายมาครองได้ ส่วน โปแลนด์ มีอันต้องตกรอบไป

 ประตูแรกในเกมของ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ที่ยิงใส่โปแลนด์ เกิดขึ้นในวินาทีที่ 81 ของเกม กลายเป็นประตูที่เร็วที่สุดอันดับ 2 ของการแข่งขันฟุตบอลยูโร รองจากประตูที่ ดมิทรี คิริเชนโก้ ยิงให้รัสเซีย ในเกมเจอกับ กรีซ ปี 2004 ในเวลา 65 วินาที

Spain

 9) เดยัน คูลูเซฟสกี ปีกยูเวนตุสของทีมชาติสวีเดน (21 ปี 59 วัน) กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำ 2 แอสซิสต์ในยูโรเกมเดียวนับตั้งแต่ เชส ฟาเบรกัส (21 ปี 53 วัน) ทำได้ในเกมกับสเปนเมื่อปี 2008

2 ประตูในเกมนี้ของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้กองหน้า ยิงประตูให้โปแลนด์ในทุกรายการรวม 69 ประตูไปแล้ว ซึ่งมากกว่า 2 เท่าของนักเตะคนอื่น ๆ ในทีมรวมกันเสียอีก (ทั้งทีมรวมกันได้ 34 ประตู)
    
10) สรุปการประกบคู่ 16 ทีมสุดท้าย มีดังนี้ 

26 มิถุนายน 
 23.00 น. เวลส์ VS เดนมาร์ก
02.00 น. อิตาลี VS ออสเตรีย

27 มิถุนายน
23.00 น. เนเธอร์แลนด์ VS สาธารณรัฐเช็ก
02.00 น. เบลเยียม VS โปรตุเกส
 
28 มิถุนายน
23.00 น. โครเอเชีย VS สเปน
02.00 น. ฝรั่งเศส VS สวิตเซอร์แลนด์ 

29 มิถุนายน
23.00 น. อังกฤษ VS เยอรมนี
02.00 น.  สวีเดน VS ยูเครน

Sweden  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด