Spring News

ยูโร2020 ไขความลับทำไมชุดอิตาลี ต้องเป็นสีน้ำเงินอมฟ้าและไม่ใช้สีธงชาติ

01 ก.ค. 2564 เวลา 14:08 น.

เกาะติดกระแสยูโร 2020 ขุนพลอิตาลี หรือฉายาที่แฟนบอลได้ยินกันบ่อยๆ นั่นคือ อัซซูรี่ จะลงสนามพบกับ เบลเยียม ในเวลา 02.00 น. รอบ 8 ทีมสุดท้าย ลองมาทำความรู้จักและเจาะลึกกันว่า เพราะเหตุใดอิตาลีจึงใช้ สีน้ำเงินอมฟ้า ตามฉายาอัซซูรี่ ทั้งที่ไม่มีสีนี้ในธงชาติเขียวขาวแดงเลย

ธงชาติอิตาลีสีขาว-แดง-เขียว

ธงชาติอิตาลีนั้นไม่มีน้ำเงินอมฟ้า ปรากฏอยู่แม้แต่น้อย แต่เป็นธงแถบสามสีแนวตั้งที่ประกอบด้วยสีแดง, ขาว, และเขียว หรือที่เรียกโดยรวมในภาษาอิตาลีว่า Il Tricolore (ไตรรงค์ = สามสี เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่ใช้ 3 สี แดง-ขาว-น้ำเงิน)

มีหลากหลายทฤษฏีที่มาของสีเขียว-ขาว-แดง  แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานชัดเจน จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าที่มาของสีทั้ง 3 สีบนธงชาติอิตาลีมีที่มาจากอะไรกันแน่
 แต่ที่แน่ ๆ คือดูเหมือนว่าเรื่องราวความเป็นมาของธงชาติไตรรงค์ของอิตาลี ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับ "น้ำเงินอมฟ้า" เลยแม้แต่น้อย ...แล้วเพราะเหตุใด น้ำเงินอมฟ้า ที่ทุกคนผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวี หรือ หน้าจอมือถือ แห่งยุค 2021 เห็นจนชินตามันมีที่มาจากไหนกันแน่ ?

italy

พื้นประวัติศาสตร์อิตาลี
ก่อนอื่น เหนือสิ่งอื่นใด ต้องอธิบายก่อนว่า โดยแท้จริงแล้ว คำว่า อัซซูรี่ เป็นคำพหูพจน์ ซึ่งเปลี่ยนมาจากคำเอกพจน์ คำว่า อัซซูโร่  ซึ่งมีคำแปลว่า น้ำเงินอมฟ้า ก่อนที่จะมาเป็นสมญาณามของทีมชาติอิตาลีอย่างที่รู้จักกันในปัจจุบัน

หลักฐานที่ชัดเจนและมีการจดบันทึกไว้ นั่นคือ ชุดสีน้ำเงินอมฟ้า ทีมฟุตบอลอิตาลีใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อ 6 ม.ค. 1911  นัด ที่ ทีมชาติ อิตาลี - ฮังการี ซึ่งแข่งกันที่เมืองมิลาน

สำหรับ สีน้ำเงินอมฟ้า นั้นถือได้ว่า เป็นสีประจำของ ราชวงศ์ซาวอย House of Savoy ซึ่ง ณ เวลานั้น ปกครองดินแดนที่เป็นประเทศอิตาลีอยู่  (ปกครองดินแดนอิตาลี ช่วง  1860 -1946 )
 ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า เพราะเหตุใด ราชวงศ์ซาวอย House of Savoy จึงนิยมสีน้ำเงินอมฟ้า แต่มีข้อ สันนิษฐาน ว่า เป็นสีของเสื้อคลุมของพระแม่มารี ซึ่งราชวงศ์นี้เคารพนับถือศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง

italy2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลากหลายกีฬาใช้ "อัซซูรี่"
จากนั้นเป็นต้นมา ทีมกีฬาอื่นๆของประเทศอิตาลีก็เลือกใช้สี น้ำเงินอมฟ้า อัซซูรี่ เป็นหลัก  อาทิ ทีมรักบี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ราชวงศ์ซาวอย ก่อนที่ในภายหลัง ทีมฮอกกี้น้ำแข็ง, ทีมบาสเกตบอล, ทีมวอลเลย์บอล จะเปลี่ยนมาใช้สีนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มีบางชนิดกีฬา ที่สี น้ำเงินอมฟ้า อัซซูรี่ ไม่ได้เป็นหัวใจหลักของอิตาลี โดยกีฬานั้นก็คือ การแข่งขันจักรยานทางไกล เพราะในอิตาลี มีรายการจักรยานทางไกลที่เก่าแก่ และเป็นรายการใหญ่ระดับ 1 ใน 3 ของโลก นั่นคือ รายการ จิโร่ ดิ อิตาเลีย แต่แชมป์ของรายการจักรยานที่อิตาลีจะได้เสื้อ สีชมพู ไปแทน
 

นับเป็นกีฬาที่เป็นตัวข้อยกเว้นที่ไม่ใช้ให้ความสำคัญกับสีน้ำเงินอมฟ้าในอิตาลี  อย่างไรก็ตาม ทีมชาติจักรยานอิตาลี เวลาไปแข่งโอลิมปิกก็ยังเลือกใช้ สีน้ำเงินอมฟ้า เหมือนๆกับกีฬาอื่นๆ เช่นกัน

Giro di italia แชมป์จักรยานจิโร่ ดิ อิตาเลียใส่สีชมพู

rugby ชุดรักบี้หญิงอิตาลี

Volleyball azurri ชุดวอลเลย์บอลหญิงอิตาลี

เคยเปลี่ยนเป็นสีดำช่วงเวลาหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ ทีมชาติอิตาลี ไม่ได้ใช้สีน้ำเงินอมฟ้า "อัซซูรี่" โดยเปลี่ยนไปใช้ สีดำ ในเกมฟุตบอลนัดกระชับมิตรกับยูโกสลาเวีย ปี 1938 และในฟุตบอลโลก 1938 ในสองแมตช์แรกที่พบกับ นอร์เวย์ และฝรั่งเศส ก่อนที่ อิตาลี จะเปลี่ยนกลับไปใช้สีน้ำเงินอมฟ้า และครองแชมป์โลกในปีนั้นสำเร็จ

โดย สาเหตุที่ อิตาลี เคยใช้ สีดำ เป็นช่วงเวลาสั้นๆนั้น เป็นเพราะ  ทำตามคำสั่งของ เบนิโต้ มุสโสลินี ผู้นำเผด็จการฟาสซิสต์ที่เข้าปกครองประเทศ  อย่างไรก็ตาม ภายหลัง ชุดแข่งสีน้ำเงินอมฟ้า อัซซูรี่ ก็ได้กลับมาอีกครั้ง และยังคงดำรงอยู่ถึงปัจจุบัน และถึงแม้ว่าประเทศอิตาลีจะไม่มีระบบกษัตริย์แล้วก็ตาม สีน้ำเงินอมฟ้าก็ยังถูกใช้อยู่ต่อมา

...จากเรื่องราวทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะประเทศใด สีของชุดกีฬาก็ไม่จำเป็นต้องยึดโยงอยู่กับสีของธงชาติเสมอไป อิตาลีเป็นตัวอย่าง  


 นอกจากนี้ยังมี เยอรมนีที่ใช้สีแข่งสีขาว , เนเธอร์แลนด์ใช้ชุดแข่งสีส้ม , ญี่ปุ่นใช้ชุดแข่งสีน้ำเงิน หรือ ออสเตรเลีย ใช้ชุดแข่งสีเหลือง ซึ่งประเทศเหล่านี้ ไม่ได้มีสีชุดแข่งอยู่ในสีธงชาติเลย เช่นเดียวกับ อิตาลี
 

แต่อย่างไรก็ตาม...ตราบใดที่สีที่เลือกมาใช้มีความหมายมากพอสำหรับคนทั้งชาติ ก็ย่อมได้รับการยอมรับ และในที่สุดก็จะกลายเป็นภาพจำแก่ผู้คนทั่วโลก เฉกเช่นเดียวกับน้ำเงินอมฟ้า แห่งพลพรรคอัซซูรี่ - อิตาลี

azurri

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด