ถูกดูดเงินจากการแฮกข้อมูล บัตรเดบิต เครดิต หลังซื้อออนไลน์ต้องทำอย่างไร?

20 ต.ค. 2564 เวลา 10:18 น. 100

เงินหายจากแอพดูดเงิน ถูกแฮกเกอร์ล้วงข้อมูลบัตรเดบิต และ บัตรเครดิต ที่ใช้รูดซื้อ หรือ ใช้ซื้อสินค้าผ่านทางร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ ควรทำอย่างไร มีข้อมูลจากตำรวจไซเบอร์ และ อ.ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber security มาฝาก

จากกรณีที่ผู้เสียหายหลายคน ถูกดูดเงิน หรือ ตัดเงินในบัญชี ผ่านบัตร เดบิต และ เครดิต ครั้งละไม่กี่บาท แต่หลายครั้ง โดยไม่ได้ใช้ จากบัตรที่นำไปผูกบัญชีไว้กับบริการออนไลน์ต่างๆ หรือรูดซื้อของ ผ่านเครื่อง EDC ตามร้านค้าออนไลน์ มูลค่าความเสียหายรวมกันหลายล้าน 

       ซึ่งล่าสุด ทางแบงค์ชาติและสมาคมธนาคารไทย สรุปความเสียหาย ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม
มีบัตรที่ถูก ดูดเงิน ไป ถึง  10,700 ใบ ซึ่งสาเหตุเกิดจากมิฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอย
ทำธุรกรรม ผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ

 ทีมข่าว Springnews พบว่า แอพลิเคชั่น
ที่ผู้ใช้เจอปัญหาถูก ดูดเงิน มีประมาณนี้

- ธนาคารสีน้ำเงินเข้ม
- ช็อปปิ้งสีส้ม

- โรงแรมสีขาว

- สายการบินสีแดง

- เซฟข้อมูลการเงินไว้บน Chrome

- Facebook Ads

- Youtube Premium
 

โดน ดูดเงิน ต้องทำยังไง?
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  และ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บช.สอท
แนะ
1.แจ้งไปยังธนาคาร เพื่ออายัดบัตร /ปฎิเสธการชำระเงิน/ ตรวจสอบบัญชี
2.แจ้งความได้ทั่วประเทศ  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ถูก ดูดเงิน ไม่ใช่เรื่องใหม่
อ.ปริญญา หอมเอนก
ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber security


ระบุว่า การถูก ดูดเงิน แฮกข้อมูลบัตรเดบิต หรือ บัตรเครดิต ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้เกิดจากการถูกแฮกจากบัญชีออมทรัพย์ดูดเงินออกไปโดยตรง แต่เกิดจาก ระบบ Payment Gateway Network ของเครื่อง EDC ที่ไม่เสถียร ซึ่งสามารถเกิดได้จากร้านค้าออนไลน์ทุกแห่งทั่วโลก ที่มีระบบเก็บข้อมูลหลังบ้านที่ไม่ดี ทำให้ แฮกเกอร์ สามารถะเจาะเข้าถึงข้อมูลบัตรเดบิต และ เครดิต ของลูกค้า และ ดูดเงิน ได้

ใช้ บัตรเดบิต หรือ เครดิต อย่างไรถึงปลอดภัย?

1.ใช้บัตรเครดิต ปลอดภัยกว่า เนื่องจากหากถูกตัดเงินไปทั้งที่ไม่ได้ใช้เราจะรู้ตัวก่อน และสามารถปฏิเสธรายการแจ้งหนี้ ที่ไม่ได้ใช้ได้

2. เปิดบัญชีออมทรัพย์ แยกกับบัญชีเงินเดือน ทำบัตรเดบิต เอาเงินใส่ไว้จำกัดเพื่อความปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด