ส่องเส้นทางอาชีพบนเรือสำราญระดับโลก Princess Cruises กับ เรวดี ราศิริ

14 พ.ค. 2565 เวลา 7:53 น. 390

การทำงานบนเรือสำราญเป็นอีกอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะได้เดินทางท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆ วันนี้ เรวดี ราศิริ ศิษย์เก่านักศึกษาสาขาวิชาการจัดการบริการธุรกิจเรือสำราญ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จะมาแชร์ประสบการณ์การทำงานบนเรือสำราญระดับโลก อย่าง Princess Cruises ให้ฟังกัน

ส่องเส้นทางอาชีพบนเรือสำราญระดับโลก Princess Cruises กับ เรวดี ราศิริ

เรวดี ราศิริ เป็นศิษย์เก่านักศึกษาสาขาวิชาการจัดการบริการธุรกิจเรือสำราญ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทำงานในตำแหน่ง Bar Steward ที่บริษัทเรือสำราญ Princess Cruises ซึ่งเป็นบริษัทเรือสำราญระดับโลก 

เส้นทางการทำงานบนเรือสำราญระดับโลก

 

แรกเริ่มเดิมทีเรเคยทำงานในเรือสำราญอยู่แล้ว ก่อนจะได้เข้ามาร่วมงาน ในตำแหน่ง Bar Steward บริษัท เรือสำราญ Princess Cruises ซึ่งเป็นบริษัทเรือสำราญระดับโลก แต่บริษัทเรือเก่าที่เรทจะเป็นบริษัทเดินเรือที่จะเดินเรืออยู่แค่ ในแถบย่านอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และด้วยความที่อยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เลยลองสมัครที่ Princess Cruises ดูค่ะ

บริษัท Princess cruises มีเส้นทางเดินเรือก็จะมากกว่า 380 เส้นทางเดินเรือ หรือ 7 ทวีปและหลายประเทศ เช่น Alaska, Australia, New zealand, Canada, California, Hawaii, Caribbean, Mexico, Europe และอีกหลายเส้นทางทั่วโลก 

ส่องเส้นทางอาชีพบนเรือสำราญระดับโลก Princess Cruises กับ เรวดี ราศิริ

ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานบนเรือสำราญ

การทำงานบนเรือสำราญโดยเฉพาะที่บริษัท world class cruise ทำให้เราต้องพัฒนาทักษะใหม่ๆ และทักษะที่ต้องพัฒนา หลักๆ เลยก็คือ ภาษาอังกฤษ การ พูด ฟัง อ่าน เขียน ต้อง อัพเกรดให้ดีกว่าเดิม รวมถุงการบริการที่ต้องเป็น professional กว่าเดิมเพราะเรามีคู่แข่งมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เอเชียน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการปรับตัวการใช้ชีวิตบนเรือและการทำงานร่วมกับชาวยุโรป ไหนจะเรื่องหัวหน้าเราที่จะมีความ professional มากกว่า ซึ่งแน่นนอน ทำงานบนเรือที่ใหญ่ มีความ  professional  เราจะมีความกดดันที่มากขึ้น เราต้องจัดการกับความกดดัน และความเครียดให้ได้

เนื้อหาที่น่าสนใจ :

ส่องเส้นทางอาชีพบนเรือสำราญระดับโลก Princess Cruises กับ เรวดี ราศิริ ธุรกิจเรือสำราญในช่วงโควิด

 

ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ทำให้เกิดผลกระทบกับธุรกิจเรือสำราญค่อนข้างมากทีเดียว ยกตัวอย่าง เช่น เรือ หลายลำต้องปิดตัวลงเพราะทนพิษเศรษฐกิจจากโควิดไม่ไหว แต่อย่างเรือเก่าที่เร เคยทำงานเขาจะมีมาตรการการป้องกันอย่างเช่น  พนักงานทุกคนต้องล้างมือขั้นต่ำ 20 วินาทีและถูกต้องตามขั้นตอน ,การสวมถุงมือ ทุกครั้งที่ทำงาน และเปลี่ยนตลอดทุกกี่ชั่วโมงตามที่บริษัทกำหนด การสวมผ้าปิดจมูก การทำความสะอาดด้วย แอลกอฮอล์ sanitize สำหรับส่วนของลูกค้าก็เช่นกัน มีการตรวจ เรื่อง วัคซีนการ สวมใส่หน้ากากและการล้างมือก่อนเข้าห้องอาหาร รวมถึงการ จำกัดจำนวนเก้าอี้และเส้นระยะห่าง

ส่องเส้นทางอาชีพบนเรือสำราญระดับโลก Princess Cruises กับ เรวดี ราศิริ

ในช่วงที่หยุดการเดินเรือ เรก็ดำเนินการสมัครเรือใหม่ จนสัมภาษณ์ผ่านเป็นลูกเรือของ Princess Cruise ได้ตำแหน่งที่ดีกว่าและเงินสูงที่สูงกว่า อีกทั้งเส้นทางเดินเรือใหม่ๆ ทางบริษัทจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเรื่องของโควิด มีการอบรมให้พนักงานเรื่องการรับมือ และป้องกันตัวเองจากโรค อีกทั้งในส่วนของลูกค้าเองก็มีมาตรการที่เข้มงวดก่อนที่จะมาใช้บริการบนเรือ เพื่อความปลอดภัยของพนักงานทุกคน

ทิศทางของธุรกิจเรือสำราญ

 

สำหรับทิศทางของธุรกิจเรือสำราญในช่วงนี้ เรคิดว่าธุรกิจด้านเรือสำราญกำลังเติบโตมากค่ะ ถึงแม้จะมีผลกระทบจากสถานการณ์โควิดบ้างแต่มาตรการจัดการและรับมือของบริษัทเรือนั้นเข้มงวดและมีมาตรฐานมาก ซึ่งลูกค้าและพนักงานวางใจได้เลย เพราะได้รับความปลอดภัยอย่างแน่นอน อีกอย่างตอนนี้ หลายบริษัทเหลือเปิดรับสมัครพนักงานมากขึ้นในไทย เพื่อที่จะไปสัมผัสประสบการณ์การทำงานต่างประเทศและเที่ยวรอบโลก เพราะคนไทยเราจะมีการบริการที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจ เป็นที่หมายตาของหลายๆ บริษัท รายได้แต่ละเดือนบอกเลยว่าหาในไทยไม่ได้ ถ้ากรณีเด็กจบใหม่ ขั้นต่ำเลยไม่น้อยกว่า 3 หมื่นต่อเดือน กลับมาไทยมีเงินเก็บหลักแสนแน่นอน

อีกอย่างเรอยากจะบอกว่า การได้ทำงานบนเรือสำราญ เสน่ห์ของอาชีพบนเรือสำราญ สิ่งที่ได้มากกว่าค่าตอบแทน คือ การที่เราได้เที่ยวรอบโลก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่หาไม่ได้ที่ไทย ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตคนเดียวห่างไกลครอบครัว เกือบปี การทำงานทุกวัน วันละ 10 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด อีกหนึ่งสิ่งที่หาไม่ได้ ถ้าทำงานบนพื้นดิน เป็นการฝึกความอดทนของเรานะ ถ้าเรากลับมาเจออะไรที่กดดัน หรือเหนื่อยๆ บอกเลย มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ มาก

ความฝันเป็นจริง เพราะความพยายาม

สุดท้ายอยากฝากถึงพี่ๆ น้องๆ “มากกว่าเงินคือประสบการณ์ มากกว่างานคือกำไรชีวิต” เรเองเป็นเด็กยากจนจากต่างจังหวัด ตัดสินใจมาศึกษาต่อที่ กทม. คนเดียว โดยที่ไม่มีใครซัพพอร์ตเลย ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย มันยากมากเลยกว่าจะผ่านมาได้ แต่เรมีแรงผลักดันอันนึง ซึ่งเป็นกำลังขับเคลื่อนให้เรไม่ท้อ และเดินตามความฝัน คือ เรอยากใช้ชีวิต ทำงานอยู่ต่างประเทศ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลทำไมเรถึงเรียน สาขาการจัดการการบริการธุรกิจเรือสำราญ

ตอนนี้ความฝันของเรเป็นจริงแล้ว  เรได้ทำในสิ่งที่ฝัน ซึ่งบอกเลยว่า ทุกคนทำได้ขอแค่มีความพยายาม อย่าท้อ อย่ากลัวที่จะใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าวันนั้นเรกลัว เรก็คงไม่ผ่านสัมภาษณ์ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเป็นแค่นักศึกษาปฎิบัติงานสหกิจศึกษา ตอนปี 4 แต่เรก็สัมภาษณ์ผ่านจนได้ทำงานบนเรือสำราญจนถึงปัจจุบันนี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด