ความจริงของ เกาะเต่า 4ปี 7ศพ ต่างชาติให้ฉายา เกาะแห่งความตาย

28 ส.ค. 2561 เวลา 7:11 น.

หากจะพูดถึงชื่อเสียงของ เกาะเต่า ที่ต่างชาติพูดถึงกันในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ นอกเหนือจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทยแล้ว ยังถูกเล่าขานถึงอีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับความอันตรายด้วยเช่นกัน

นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2014 เป็นต้นมา มีรายงานการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกิดขึ้นที่นี่อย่างต่อเนื่อง นับรวมๆได้ 7 ศพ กับสูญหายไร้ร่องรอยอีก 1 ราย  การเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวทั้ง 7ศพในเวลา 4 ปี ถือเป็นตัวเลขที่ไม่งามเท่าไหร่นัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สื่อต่างชาติจะพูดถึงสถานที่แห่งนี้โดยให้ฉายาว่า เกาะแห่งความตาย (Death Island)

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย นิวส์ ดอท คอม ดอท เอยู เผยแพร่บทความโดยอ้างว่า เกาะเต่านั้นเป็นกับดักแห่งความตายสำหรับนักท่องเที่ยวไปแล้ว  เพราะภายใต้แสงแดดและความงาม เกาะเต่าก็มีความลับที่มืดมิดซ่อนอยู่ และได้ฉายาว่า “เกาะแห่งความตาย” หรือ Death Island หลังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตต่อเนื่อง หรือไม่ก็ถูกทำร้าย รวมถึงหายตัวไป

หากจะพูดถึงชื่อเสียงของ เกาะเต่า ที่ต่างชาติพูดถึงกันในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ นอกเหนือจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทยแล้ว ยังถูกเล่าขานถึงอีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับความอันตรายด้วยเช่นกัน

ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนเกาะเต่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้สื่อของออสเตรเลีย ถึงกับอ้างว่ามีมาเฟียบนเกาะและตำรวจไทยก็ถูกกล่าวหาว่าช่วยปกปิดความผิด

ด้านหนังสือพิมพ์เดอะ ซันของอังกฤษ เผยว่ากรณีล่าสุดที่ตอกย้ำฉายา “เกาะแห่งความตาย” นั่นก็คือ กรณีที่นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษวัย 19 ปี กล่าวอ้างว่าเธอถูกมอมยา ปล้น และข่มขืนขณะอยู่บนเกาะเต่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมาในขณะที่แม่ของเธอบอกกับเดอะซันว่า เธอดีใจที่ลูกสาวได้กลับมาอย่างปลอดภัยแม้ว่าจะมีแผลในใจไปตลอดชีวิต แต่อย่างน้อยเธอก็รอดชีวิตกลับมาและยังย้ำด้วยว่า ควรมีการดำเนินการกับสองครอบครัวมาเฟียบนเกาะเต่าได้แล้ว

“We know how lucky we are to have our daughter back home,” her mother told The Sun this week. “Although she will be scarred for life, she is alive.

“Something needs to be done about the two mafia families who run Koh Tao, as one or both are knowingly harbouring a serial rapist and murderer.”

สำหรับกรณีนี้ นักท่องเที่ยวสาวคนดังกล่าวอ้างว่า ได้ไปแจ้งความกับตำรวจที่เกาะเต่าแล้วแต่คดีของเธอกลับกลายเป็นเพียงคดีปล้นชิงทรัพย์ ซึ่งเดอะซันได้ติดต่อ รอง.ผกก.สอบสวน สภ.เกาะเต่าเพื่อสอบถามเรื่องนี้ และได้คำตอบว่าไม่มีการแจ้งความกรณีข่มขืนเข้ามา...

สำหรับคดีที่เกิดกับชาวต่างชาติในรอบหลายปีที่ผ่านมานั้น สื่อต่างชาติมีการรวบรวมสถิติไว้ ดังนี้

กันยายนปี ค.ศ. 2014  ฮันนา วิทเธอร์ริดจ์ และเดวิด มิลเลอร์ จากอังกฤษ ถูกพบเป็นศพด้วยการสังหารโหด ในขณะที่ฮันนานั้นพบร่องร่อยถูกข่มขืนก่อนการสังหารด้วย

หากจะพูดถึงชื่อเสียงของ เกาะเต่า ที่ต่างชาติพูดถึงกันในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ นอกเหนือจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทยแล้ว ยังถูกเล่าขานถึงอีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับความอันตรายด้วยเช่นกัน

ปลายปี ค.ศ.2014 นิค เพียร์สันวัย 25 ปีจากอังกฤษถูกพบเป็นศพลอยมาใต้หน้าผาในช่วงปีใหม่ แต่ไม่พบว่ากระดูกหัก  ครอบครัวของเขาเชื่อว่าถูกฆาตกรรมแต่ตำรวจไทยตัดประเทศนี้ออก

ปลายปี ค.ศ.2015 ดิมิทรี พอฟว์ วัย 29 ปี จากฝรั่งเศส ถูกพบเป็นศพช่วงปีใหม่เช่นกัน  ในสภาพแขวนคอในบังกาโลว์ ตำรวจไทยระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายแต่ไม่ได้อธิบายว่าเขาฆ่าตัวตายได้อย่างไรขณะที่มือถูกมัดไพล่หลัง

ต้นปี ค.ศ 2015 คริสตินา อันเนสลีย์ วัย 23 ปี จากอังกฤษ แต่เกิดที่นิวซีแลนด์ เสียชีวิตในเดือนมกราคม โดยเชื่อว่าเธอเสียชีวิตจากการผสมยาปฏิชีวนะกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่พ่อแม่ของเธอยังคลางใจในสาเหตุการตาย

ปี ค.ศ.2015 เช่นกัน วาเลนตินา โนวอชโยโนยา วัย 23 ปี จากรัสเซีย เธอหายตัวไปจากฮอสเทลที่พักในเดือนมีนาคม  แต่ทิ้งโทรศัพท์มือถือ หนังสือเดินทางและกล้องไว้ที่ห้อง จนกระทั่งบัดนี้ เธอยังคงอยู่ในสถานะสูญหาย

ปี ค.ศ.2016 ลุค มิลเลอร์ วัย 24 ปีจากอังกฤษ เขาถูกพบเป็นศพในสระว่ายน้ำของโรงแรมซันเซ็ท บาร์ ที่หาดทรายรีในเดือนมกราคม พ่อแม่ของเขากล่าวหาตำรวจไทยว่าปกปิดข้องเท็จจริงของคดี

กลางปี ค.ศ.2017 เอลิส ดัลเลอมาญจน์ อายุ 30 ปี จากเบลเยี่ยม เธอถูกพบว่าแขวนคอเสียชีวิตในป่าในเดือนเมษายน และยังคงมีการตั้งข้อสงสัยในสาเหตุการตายของเธอมาจนถึงบัดนี้

 

ที่มา www.news.com 

 www.dailyrecord.co.uk