“ทักษิณ” ต้องตีปาก “โอ๊ค” ขุดมรดกโกงสนามบินสุวรรณภูมิ

31 ธ.ค. 2561 เวลา 8:25 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

อยู่ดีไม่ว่าดี เพจของ “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ที่ตั้งป้อมรบกับ เพจของเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อันว่าด้วยเรื่อง “คนหาย” ก็เกิดบานปลาย เพราะดันไปขุดเอาเรื่อง การรายงานข่าวรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิร้าว ฉะกลับคนปูดข่าว หวังเป็นหมัดเด็ดน็อคคาเวที

แต่ไม่รู้กุนซือ หรือมือปืนที่รับจ๊อบมา จะความจำเสื่อมหรือเมาหมัด เพราะกลายเป็นว่าเรื่องที่ขุดมาฉะกลับนักข่าวอาวุโส ดันวกกลับเป็น “บูมเมอแรง” มาประจานรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เอง

ยังไงน่ะเหรอ กรณีนี้ทั้งตอกย้ำถึงพฤติกรรมแทรกแซงสื่อ เพราะหลังจาก “เสริมสุข”เสนอข่าวปัญหารันเวย์ร้าวของสนามบินสุวรรณภูมิไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2548 จนทำคนในรัฐบาลไม่พอใจ และสั่งการให้ภาครัฐฟ้องร้อง นสพ. จนต้นสังกัดต้องตัดสินใจไล่ออก

ปรากฎว่าภายหลังศาลฎีกายืนตามศาลแรงงานชั้นต้น เห็นว่าการเลิกจ้าง “เสริมสุข” ของ นสพ.บางกอกโพสต์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ของคนทำงานสื่อสารมวลชน

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น พอไปขุดเรื่องรันเวย์ร้าวขึ้นมาให้สังคมไทยได้ระลึกถึง ก็กลายเป็นสะกิดต่อมความทรงจำ ความเลวทรามของมหากาพย์โกงที่สนามบินสุวรรณภูมิขึ้นมาด้วย

เพราะสนามบินสุวรรณภูมิไม่เพียงเป็นสนามบินที่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานที่สุด 46 ปี แต่ยังเป็นสนามบินที่รันเวย์ร้าวเร็วที่สุด และเป็นอนุสรณ์สถานประจานคอร์รัปชัน

ล่าสุดบริษัทการท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีแผนซ่อมรันเวย์และแท็กซี่เวย์ในปี 2562 อีก ทั้งหมด 700,000 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุนกว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือผลพวงของการโกงบูรณาการทำให้โครงการออกมาไร้มาตรฐาน

โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ยังเอื้อประโยชน์ให้คนในครอบครัว แจ้งเกิด “จอมหักหัวคิว” ที่รู้จักกันดีคือ “เจ๊ ด.”ตัวละครเดียวกันกับที่ป.ป.ช.กำลังรื้อคดีจีทูจี จำนำข้าวล็อต 2ก็เคยเข้าไปทำมาหากินเกี่ยวกับรถเข็นสัมภาระผู้โดยสารสูญหายถึง 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,000 คัน โดยผู้รับเหมาคือ บริษัท ไทย แอร์พอร์ตส กราวนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ TAGS ที่ได้ค่าจ้างดูแลรถเข็น 532 ล้านบาท แต่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย แถมยังได้งานสัมปทานงานในสนามบินสุวรรณภูมิเกือบ 10 สัญญา มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทด้วย

โดยมีการพบพิรุธมากมายเกี่ยวกับโครงสร้างของบริษัทดังกล่าว ตั้งแต่มีการเซ็นเช็คโอนเงินในวันหยุดทำการ 31 ธ.ค.2548 ไปยังสิงคโปร์จำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อมาก็มีกลุ่มทุนจากสิงคโปร์คือบริษัท โฟร์บิเซอร์ ทีพีซี จำกัด เข้ามาถือหุ้น 48.5% ท่ามกลางข้อครหาว่า เจ๊ ด.มีนอมินีถือหุ้นแทนอยู่ในบริษัทนี้

และนอกจากปัญหา โครงการ "ซีทีเอ็กซ์" ที่ทำให้ รัฐบาลทักษิณ 2 ต้องปรับ ครม.หนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งที่เพิ่งเลือกตั้งมาได้ไม่ถึง 6 เดือนแล้ว สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งตรวจสอบ ประกอบด้วย

-โครงการถมทรายรันเวย์ตะวันออก มูลค่า 1,500 ล้านบาท-โครงการติดตั้งระบบสารสนเทศด่านตรวจคนเข้าเมือง 169 ล้านบาท

-โครงการวางท่อร้อยสายไฟอาคารผู้โดยสาร 2,000 ล้านบาท

-โครงการครัวการบิน (การบินไทย) ผลตอบแทน 116 ล้านบาท

-โครงการคาร์โก 400 ล้านบาท -โครงการบริการอุปกรณ์บริการภาคพื้นและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการซ่อมบำรุง

-ตรวจสอบการให้คิงเพาเวอร์ได้รับการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสาร

โครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ “ทักษิณ” คุยนักคุยหนาว่าสร้างเสร็จสร้างสนามบิน 7 ชั่วโคตรสำเร็จ แต่ก็เต็มไปด้วยปัญหาการทุจริต ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของคนในครอบครัว หนีการตรวจสอบจากฝ่ายค้านด้วยการปรับครม. และลุแก่อำนาจ แทรกแซงสื่อ

คนที่ “พานทองแท้” ต้องเรียกร้องให้ออกมาขอโทษประเทศไทย ไม่ใช่ “เสริมสุข”หรอก แต่เป็นทักษิณ ชินวัตร นั่นต่างหาก เวรกรรมจริงๆ