ข่าว คอลัมน์

ใกล้จบแล้ว! ไบโอแมทริกซ์ มะเร็งร้าย ตม.

จับตาดูโครงการบิ๊กโปรเจ็กต์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเฉพาะ ไบโอแมทริกซ์ ก็มีปัญหายืดเยื้อมานาน บริษัทเอกชนที่รับงานจะสามารถส่งงานให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทันสิ้นเดือนซึ่งครบกำหนดการขยายเวลาหรือไม่ หลังโครงการนี้ถูกหลายฝ่ายจับตามองถึงความโปร่งใส เช่นเดียวกับคดีอดีตดารานักร้องค้ายาเสพติด สุดท้ายแล้วตำรวจจะกระชากหน้ากาก อักษรย่อของดาราที่ตกเป็นข่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้หรือไม่

ตลอดสัปดาห์นี้ประเด็นยาเสพติดกับคนดังยังคงเป็นที่สนใจของประชาชน ยิ่งคนดังที่เข้าไปเกี่ยวข้องแล้วถูกจับดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันค้ายาเสพติด คือ”ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง” อดีตนักร้องชื่อดังที่ถูกจับพร้อมแฟนหนุ่ม และชาวไต้หวันอีก 1 ราย งานนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพบหลักฐานเป็นยาเสพติดหลายรายการ ทั้ง ยาเค ยาไอซ์ ยาบ้า ยาอี กัญชาแห้ง และอุปกรณ์การผลิตยาเสพติด งานนี้มีหวังติดคุกยาวเพราะหลักฐานชัดเจน แต่สิ่งที่ต้องตามต่อคืองานนี้มีศิลปินดาราเข้าไปเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ เพราะเริ่มมีอักษรย่อ ปรากฎออกมาบ้างแล้ว งานนี้ “บิ๊กป๋อ ” พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด คงไม่ปล่อยไว้แน่นอนขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น ไม่นานคงได้เห็นตัวจริงของอักษรย่อ

หันมามองงทางด้านเรื่องยุ่งๆแถวทุ่งสวนพลู ที่กำลังฮอต! ณ ตอนนี้ หลังทนายคนดัง”ษิทรา เบี้ยบังเกิด” ออกโรงบุกร้องต่อปปช. ให้ตรวจสอบสองโครงการฉาว “ไบโอแมทริกซ์ – รถสายตรวจไฟฟ้าอัจฉริยะ” ของค่ายตม. ไม่ร้องเปล่าแถมพ่วงตรวจสอบ 4 บิ๊กกากี ที่มีส่วนรู้เห็นในการสะบัดปากกาอนุมัติและขยายกรอบระยะเวลาโครงการ ส่วนจะเป็นใคร ต้องรอติดตามเพราะได้ยินมาว่างานนี้ มีตำรวจยศเข้าไปเกี่ยวข้อง

ผลพวงของสองโครงการฉาวไม่เพียงแค่ทำให้ทุ่งสวนพลูร้อนเท่านั้น ด้านกรมปทุมวันก็ร้อนผ่าว เมื่อ บิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ออกโรงตั้งกรรมการสอบเพื่อความโปร่งใส หลังสัปดาห์ก่อนออกอาวุธ เซ็นโยก เดอะโอ๋”พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม. และ พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล รองผบก.ตม. ให้ไปช่วยราชการที่ บช.ทท. ว่ากันว่าคณะกรรมการที่ บิ๊กแป๊ะ ตั้งมาสอบสองโครงการฉาววางตัว “บิ๊กเบิ้ม”พล.ต.ท. ชนสิษฎร์ วัฒนวรางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานกรรมการ,พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน รองผบก.กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ,พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ รองผบก.ตม.2 ,พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.สรรค์พิสิฐ แย้มเกษร รองผบก.กต.5จ.ต. และพ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนบก.สส.บช.3 เป็นกรรมการ โดยตีกรอบ 30 วันต้องรู้ผล

จะว่าไปสองโครงการบิ๊กโปรเจ็กต์ของค่ายตม. โดยเฉพาะ ไบโอแมทริกซ์ ก็ยืดเยื้อมานาน ต้องลุ้นสิ้นเดือนนี้ก็ครบกำหนด บริษัทที่รับงานจะส่งมอบได้จริงตามที่ เขาเล่าว่าหรือไม่..!!! หรือจะมี”ไอ้โม่ง”มือดีจ้องขยายเวลาออกไปอีก หากยึดระยะเวลาก็ขอเตือนสติ..!! ว่างานนี้มีแต่จะมีแต่เสียกับเสีย สู้ยอมรับตรงๆดีกว่าว่าของมันไม่ดีจริง ดีกว่าดันทุรังต่อไป เพราะคนในวงการรู้ดีว่าบริษัทเอกชนรายนี้เคยส่งสัญญาณ เป็นหนังสือยืนยันผ่านตม.ยุคเดอะโจ๊ก ว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีศักยภาพเพียงพอในการดำเนินโครงการต่อในเชิงเทคนิค รวมทั้งตอนทดสอบเชื่อมต่อระบบก็ล่ม สะดุด จนนักท่องเที่ยวที่ยืนรอคิวนาน จนทำให้บิ๊กโจ๊ก ซึ่งขณะนั้นดูตม. ลงความเห็นให้ผบ.ตร สั่งเบรกเพราะคุ้มได้ไม่คุ้มเสีย..แต่ทำไมเดินหน้าต่อ หรือว่าจะมีอะไรในกอไผ่!!!

ไหนๆก็เอ่ยถึงไอโม่ง แล้วก็บอกเลยว่า ไอ้โม่ง นางนี้เนี่ยละ มีบทบาทอย่างมากในการผลักดันโครงการให้เดินหน้าต่อ เหตุเพราะสนิทสนมส่วนตัว กับเจ้าของเอกชนผู้รับเหมา ซึ่งมีเจ๊วัชรี คนดังเป็นผู้กุมบังเหียน เมื่อครั้งเรียนหลักสูตรดังของแวดวงไฮโซ ว่ากันว่าไอโม่งคนนี้อาศัยการเป็นหลังบ้านคนใหญ่ในครม. ยื่นมือเข้ามาสั่งการ กำชับนักหนา ขอให้โครงการดำเนินต่อไปอีก เพื่อรักษาหน้าตาเพื่อนรักในวงธุรกิจเอาไว้ ขนาดด่านตม.หลายแห่ง ที่ไม่มีเหตุจำเป็นต้องติดอุปกรณ์ จำเป็นต้องติดแบบงง ฝากถึงหน้าบ้านช่วยสะกิดหลังบ้านที อย่าให้งามหน้าเกินไป มันจะดูไม่งามพากันเดือดร้อนยกแผง เพราะเรื่องนี้ผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งหันไปดูตัวเลขการจัดซื้อถึงได้รู้ว่ามีคำสั่งซื้อเกินจำนวนความต้องการมากกว่า 500 ชุด เป็นเงินเท่าไหร่ลองคำนวณดูเอา..@@@ ส่วนตัวตนที่แท้จริงของ “ไอ้โม่ง”นี่เป็นใคร??? ก็คุณครูสมถะ ผู้นิยมกระเป๋าแบรนด์ไทยจากภูมิปัญญาชาวบ้าน นั่นเอง

จะว่าไปก็ชักสงสัยว่า คนเซ็นอนุมัติโครงการไม่รู้เลยหรือว่า ประวัติของเจ้าของเอกชนรายนี้เป็นอย่างไร หากไม่รู้จะย้อนความให้ หากจำกันได้ ครั้งหนึ่งเหล่าวัยรุ่นไทยต้องเซ็งไปตามๆกันเพราะแทนที่อายุครบ 15 ปี ตั้งใจไปทำบัตรสมาร์ทการ์ด แต่กลับไปได้ใบเหลืองแบบย้อนยุคสุดแสนจะเชยแทนไป ก็ผลพวงมาจากโครงการบัตรสมาร์ทการ์ด ของมหาดไทยที่มีเจ๊คนดังเนี่ยละเป็นเจ้าของสัมปทาน@@@ พูดมาขนาดนี้คงมองภาพออกไม่ยากว่าบทสรุป ”ไบโอแมทริกซ์”จะลงเอยอย่างไร

วกกลับเข้ามาเรื่อง เดอะโอ๋”พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม. ไม่รู้ว่ากระเด็นกระดอนรอบนี้ เพราะไปขวางทางใครหรือไม่ ล่าสุดเห็น”บิ๊กอู๊ด” สมพงษ์ ชิงดวง แบ่งงาน รองแม่ทัพซอยสวนพลู กลับชูเพื่อนรักพล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ที่ดึงมาช่วยงานที่ สตม. คุมงานบริหารและงานจเรตำรวจโดยไม่มีงานอะไรมอบหมายให้ “บิ๊กโอ๋” ทั้งๆ ที่ตำแหน่งยังเป็น รองผบช.สตม. แค่ตัวไปช่วย บช.ทท. เท่านั้น พอเจอกระแสโจมตีหนักๆ เลยแก้เกี้ยวด้วยการให้ไปช่วยฝ่ายกิจกรรมพิเศษ แต่แปลกนะ ช่วยอีท่าไหนไม่รู้ ไม่ให้แม้แต่อำนาจ จรดปากกาสั่งงานใครเลย ไม่รู้ ”บังเอิญ”หรือ”ตั้งใจ” แต่่ก็อดเห็นใจ “เดอะโอ๋”ที่ต้องเจอมรสุมนี้ อีกทั้งสงสารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องเสียบุคคลากรดีๆคนทำงานไปอีกหนุ่ง เพราะมัวแต่ถูกดองเข้ากรุเตะฝุ่นไปวันๆ ขาดเวทีให้โชว์ฝีมือ…!!

มาดูเรื่องตำรวจน้ำดีที่ทำงานไม่ชอบออกสื่อ ลุยงานตามสไตล์นักสืบไม่เคยเอาหน้ากันบ้าง  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาข้าราชการตำรวจที่ทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ และคนที่รักและเคารพในตัวของ “บิ๊กใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ผอ.ศพดส.ตร แชร์ภาพบิ๊กใหม่ที่ถูกลูกน้องแอบบันทึกภาพขณะลงพื้นที่ข้ามน้ำข้ามทะเล ไปตรวจสอบจุดที่เจ้าหน้าที่จับเรือบรรทุกแรงงานชาวโรฮิงยาเถื่อนเกือบ100คน มาจอดลอยลำที่เกาะราวี จ.สตูล เพื่อรอเติมน้ำมัน เตรียมตัวผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้าน งานนี้นายตำรวจยศพล.ต.อ. ทุ่มเทปีนเขา ปีนหน้าผา เพื่อไปตรวจสอบที่เกิดเหตุให้เห็นกับตา กลายเป็นภาพที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นแล้วปลื้มใจ ที่คนที่พวกเราเรียกว่า “นาย”ที่มียศสูงถึง พล.ต.อ.ทุ่มเทการทำงานขนาดนี้

ซึ่งจุดที่บิ๊กใหม่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบปัญหาการค้ามนุษย์คือ จุดที่เรือประมงไม่ทราบสัญชาติ จอดติดโขดหินอับปรางริมอ่าวตะโละปะเหรียญ เกาะราวี ม.7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล จากการนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มบุคคล จำนวน 71 คน แยกเป็นชายไทย 1 คนที่ทำหน้าที่เป็นกัปตัน ชายพม่า 5 คน ซึ่งเป็นช่างเครื่อง+กุ๊กในเรือ ส่วนที่เหลือเป็นชาวโรฮินจา 65 คน แยกเป็นชาย 29 คน หญิง 30 คน เด็กชาย 3 คน เด็กหญิง 3 คน ตำรวจจึงส่งตัวทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมายตาม


แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่เป้าหมายของกลุ่มชาวโรฮินจา ที่จะมาลี้ภัยสร้างชีวิตใหม่เพราะจุดหมายปลายทางของชาวโรฮินจา คือประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้ แต่งานนี้ บิ๊กใหม่ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มในการตรวจตราน่านน้ำ และบริเวณหมู่เกาะในฝั่งทะเลอันดามันเพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮินจา ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพราะในช่วงนี้ทะเลฝั่งอันดามัน เข้าสู่ฤดูมรสุมทำให้ทะเลมีคลื่นลมแรง อาจทำให้ขบวนการลักลอบค้ามนุษย์เข้ามาหลบพายุในประเทศไทย หากตรวจพบให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายทันที

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน