
SHORT CUT
ไทยจำกัดการส่งออกน้ำมันให้เฉพาะลาวและเมียนมา ในปริมาณรวมไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลยืนยันว่าไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สาม
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการพลังงานและการกระจายน้ำมัน
สศช. ได้ประสานกับ ปตท. และบางจาก ซึ่งปรับเพิ่มกำลังการกลั่นขึ้นร้อยละ 9 โดย ปตท. เน้นเพิ่มสัดส่วนน้ำมันดีเซล เพื่อรองรับยอดจำหน่ายของ PTTOR ที่พุ่งสูงกว่าปกติถึงร้อยละ 25 โดยเฉพาะดีเซลที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 35 พร้อมกันนี้ได้เร่งแก้ปัญหาความแออัดหน้าสถานีบริการโดยให้กลุ่มโรงกลั่น อาทิ ไทยออยล์, GC, IRPC และบางจาก จัดส่งน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง (Jobber) ให้มากขึ้น เพื่อดึงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมออกจากสถานีบริการทั่วไป ควบคู่กับการที่ภาครัฐผ่อนปรนข้อกำหนดการสำรองน้ำมันลง ซึ่งคาดว่าการกระจายน้ำมันจะเข้าสู่ระบบอย่างเต็มที่ภายใน 2 วัน
นอกจากนี้ ภาครัฐเตรียมเปิดใช้งานระบบแดชบอร์ด (Dashboard) ภายในเย็นวันนี้หรืออย่างช้าพรุ่งนี้ เพื่อแสดงข้อมูลปริมาณน้ำมันตลอดห่วงโซ่อุปทานจากผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกรายให้เกิดความโปร่งใสและใช้เป็นฐานข้อมูลแจ้งเบาะแส
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการทุกแห่งในระดับอำเภอเป็นประจำทุกวันเพื่อสกัดกั้นการกักตุน
สำหรับประเด็นการส่งออกน้ำมัน ยืนยันว่า มีการส่งออกกน้ำมันเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ สปป.ลาว และเมียนมา และมีการจำกัดปริมาณรวมไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน โดยส่งออกไปสปป.ลาว กว่า 4 ล้านลิตร เพื่อแลกเปลี่ยนกับการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำสำหรับบริหารจัดการสัดส่วนเชื้อเพลิง (Energy Mix) ไม่ให้ค่าไฟในประเทศแพงเกินไปในช่วงที่ก๊าซ LNG ราคาสูง
ส่งออกไปเมียนมา ประมาณ 3 แสนลิตร เพื่อสนับสนุนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติที่จะส่งก๊าซกลับมาเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าราชบุรีเพื่อหล่อเลี้ยงภาคกลางและภาคใต้ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการส่งออกไปยังประเทศที่สามแต่อย่างใด
ถานการณ์พลังงานยังมีความไม่แน่นอนสูง ปัจจุบันโรงกลั่นทั้ง 5 แห่งของไทยมีกำลังผลิตสูงสุดรวม 175 ล้านลิตรต่อวัน สามารถขยายกำลังผลิตเพิ่มได้เต็มที่อีกไม่เกินร้อยละ 10 จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและร่วมกันประหยัดการใช้พลังงานเพื่อให้ประเทศก้าวผ่านสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ไปได้