ข่าว

#กราดยิงโคราช บทเรียนที่ต้องไม่มองข้าม!

17 ชั่วโมงปฏิบัติการ #กราดยิงโคราช จบลงอย่างที่คาดคิดไว้ล่วงหน้า ความรุนแรง คนตาย คนเจ็บ ชาวโคราชขวัญผวา และมือปืนโดนวิสามัญ

เป็นบทเรียนราคาแพง ที่หลายฝ่ายหลายคนควรต้องพิจารณาทบทวน และวางมาตรการป้องกัน แก้ไข เพราะในโลกภาพยนตร์ทั้งฮอลลี่วู้ดและไม่ใช่ฮอลลี่วู้ด รวมทั้งในเกมการสู้รบเข่นฆ่า ไม่ใช่ว่า จะเกิดขึ้นในโลกความจริงไม่ได้

แรงกดดัน หรือต้องการประชดชีวิต หรือหวังเลียนแบบ หรือต้องการเด่นดังเป็นข่าวใหญ่ในยุคสมัยปัจจุบันและนับจากนี้ อาจเป็นปัจจัยสู่การก่อเหตุรุนแรงได้

การถอดบทเรียน #กราดยิงโคราช ถือเป็นสิ่งจำเป็นในกลุ่มที่หลากหลาย และเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

1. ในพื้นที่กว้างขวางและซับซ้อน อย่างในห้างสรรพสินค้า หรือพลาซ่าที่มีผู้คนเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ควรต้องมีมาตรการรับรู้-รับมือการเผชิญเหตุปัจจุบันทันด่วน นอกจากการซ้อมหนีไฟ โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ของห้าง ของร้านค้าเช่าพื้นที่ รปภ.และส่วนอื่นๆ ควรพึงทำอย่างไร สามารถดูแลให้คำแนะนำประชาชนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่แบบไหนได้บ้าง เพราะเมื่อเป็นพื้นที่เปิด กว้างขวาง ซับซ้อน คนร้ายที่ลงมือ หรือแม้แต่กรณีก่อวินาศกรรม จะควบคุมการตื่นตระหนกของคนได้ยากมาก

การให้ความรู้ขั้นต้นแก่ลูกค้า อาจเป็นความจำเป็นที่ต้องมี ครั้งแรกๆอาจทำให้ผู้ใช้บริการตื่นตระหนกบ้าง แต่นานไปจะคุ้นชิน รวมทั้งข้อห้ามไลฟ์สดขอความช่วยเหลือ โดยแจ้งตำแหน่งที่ซ่อนของตัวเองอย่างที่เกิดขึ้นที่เทอร์มินอล 21 โคราช ห้างเองจะปฏิเสธฝ่ายเดียว โดยอ้างลูกค้าจะขวัญฝ่อเข้าห้างน้อยลงไม่ได้

2. การไลฟ์สดเหตุการณ์ของผู้อยู่ในที่เกิดเหตุ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมถึงสื่อมวลชน คือสิ่งที่ต้องมีการจัดระเบียบและออกมาตรการที่เข้มข้น รวมถึงบทลงโทษที่รุนแรง โดยเฉพาะจากทาง กสทช. หรือชื่อเต็ม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลกำกับสื่อโดยตรง

หลังจากสื่อที่เกาะติดนำเสนอข่าว #กราดยิงโคราช แบบนาทีต่อนาทีไม่มีหยุดเว้นวรรค โดยมีเหตุผลหลักเพื่อเอาชนะคู่แข่งรายอื่นๆ ที่เกาะติดและใช้วิธีการเดียวกัน ด้วยหวังจำนวนผู้ชมหรือเรตติ้งเป็นสำคัญ ครั้งนี้ กสทช. อ้างว่า ได้กำชับและสั่งห้ามทั้งโดยประกาศและโทรศัพท์ไปหาบก. โดยตรง แต่ยังมีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม โดยเฉพาะการรายงานความเคลื่อนไหว ตำแหน่งที่อยู่ รวมไปกระทั่งถึงแผนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้อีกฝ่ายไหวตัวได้ทันตลอด เพราะเสพข่าวเคลื่อนไหวต่างๆ จากไลฟ์สดของสื่อเช่นเดียวกัน

สื่อยังแข่งขันนำเสนอทั้งเนื้อหา คลิปภาพ วนเวียนซ้ำซาก ทั้งที่เป็นสิ่งสะท้อนความรุนแรง และอุจาดตาจากภาพของเหยื่อ และบ่อยครั้งที่ใส่อารมณ์และความเห็นส่วนตัวในลักษณะปลุกเร้าโดยยังไม่ขัดเจนว่าจริงหรือไม่ อย่างกรณีไปนำคลิปภาพจากเฟซบุ๊คของคนร้ายขณะฝึกซ้อมยิงปืน มานำเสนอระบุเตรียมการล่วงหน้า ทั้งที่อาจไม่เกี่ยวกัน อาจเป็นการฝึกความคล่องแคล่วแม่นยำ ในฐานะนักกีฬายิงปืนของกองทัพภาค 2 ที่บางสำนักระบุถึงก็เป็นได้

เข้าใจว่าการเกาะติดที่กินเวลายาวนาน ทำให้สื่อเตรียมข้อมูลหรือวางแผนไม่ทัน จึงต้องใช้วัตถุดิบที่มีอยู่มาพูดซ้ำ วนซ้ำ คนเป็นพิธีกรหรือผู้ประกาศหรือแม้แต่โปรดิวเซอร์ ส่วนหนึ่งเป็นคนใหม่ ความช่ำชองเขี่ยวชาญมีจำกัด พูดนอกสคริปต์ไม่ได้ ทั้งที่มีเรื่อง “เคียงข่าว” ให้นำเสนอได้ ทั้งข้อมูลเบื้องต้นของเมืองนครราชสีมา , ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ , ข้อมูลเบื้องต้นเทอร์มินัล 21 , ข้อมูลหน่วยหนุมาน หรือแม้แต่หน่วยอรินทราช อีกทั้งการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้คอยติดตามชม อาทิ นักอาชญวิทยา , นักจิตวิทยา หรือข้อมูลเปรียบเทียบเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ

ความจริงเรื่องที่สื่อถูกตำหนิครั้งนี้ อาจลดน้อยลงหากมีผู้กำกับดูแลที่มีความระมัดระวัง รู้หลักความเหมาะสม ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น และไม่หวังเพียงแค่เรตติ้งเป็นเป้าหมายสำคัญ และความจริงอีกเช่นกัน ที่สื่อเคยถูกตำหนิติติงมาแล้วหลายหน เรื่องการแย่งชิงนำเสนอข่าวจนก้าวข้ามเส้นแบ่งความพอดี อาทิ เรื่องเสียชีวิตของพระเอก “ปอ-ทฤษฎี” รวมไปถึงเรื่อง 13 ชีวิตทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง

3. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองของจังหวัด ปฏิเสธว่าไม่ได้จัดระบียบการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ทั้งที่ทราบดีว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนให้ความสนใจ จึงมีส่วนทำให้การเสนอข่าวของสื่อไม่สอดคล้องไปในทางเดียวกัน ทั้งที่น่าจะทราบดีถึงการทำหน้าที่ของสื่อคือต้องเสาะแสวงหาข่าว การแถลงความคืบหน้ากับสื่อ แม้อาจจะสั้น หรือไม่สามารถแจกแจงข้อเท็จจริงในบางเรื่องที่เป็นความลับ แต่อย่างน้อย ก็เป็นข่าวแถลงที่เป็นทางการ

ที่กล่าวถึงมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ควรต้องพิจารณาทบทวนเพื่อเป็นแนวทางที่แจ่มแจ้งต้องยึดปฏิบัติในครั้งต่อไป เพราะอย่างที่ทราบ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุชวนสลดใจเช่นนี้ขึ้น จึงอาจมีความผิดพลาดให้เห็น แม้แต่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บินด่วนขึ้นไปแถลงปิดคดีเบื้องต้นที่โคราช ก็ยังเลี่ยงไม่พ้น กับเสียงวิพากษ์ถึงความไม่เหมาะสมกับการโบกไม้โบกมือทำรูปมินิฮาร์ท และระหว่างการแถลงข่าว ยังพูดเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องกระจายงบ รวมถึงการแบ่งแยกข้างของผู้คน ทั้งที่ชาวนครราชสีมา ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่เศร้าสลดจากเหตุ #กราดยิงโคราช

ยังไม่นับรวมความกระจ่างของต้นเหตุที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ปฏิบัติการ “คลั่ง” แบบไร้ขีดจำกัด เพราะประเด็นถูก “เบี้ยว” ค่านายหน้า 5 หมื่นบาทนั้น เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่น่าจะมีข้อเท็จจริงมากกว่านั้น หรืออาจมีเรื่องอื่นระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชามาเกี่ยวข้อง จนเขาทนไม่ได้หรือหาทางออกไม่เจอ เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ระบบของทหารนั้น ผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะทหารชั้นประทวน ไม่สามารถทำอะไรผู้บังคับบัญชาได้ แม้แต่จะคิด แล้ว จ.ส.อ.จักรพันธ์ มีหรือจะไม่รู้

สรุปแล้วมีเยอะครับ เรื่องที่ต้องสรุปและทบทวน แต่จะเป็นจริงได้แค่ไหน นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ