คนในข่าว

“วิรัตน์ กัลยาศิริ” ลงส.ส.เขต 3 สงขลา ตามเดิม

ยุติแบบกองเชียร์งุนงงไปตามๆกัน สำหรับผู้สมัครส.ส.เขต 3 จังหวัดสงขลา หลังจากมีข่าวเปลี่ยนตัวผู้สมัคร จากนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม ไปเป็นนายไพร พัฒโน นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน ถึงขั้นพบปะกล่าวอำลากับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่แล้ว

ด้วยสาเหตุ นายวิรัตน์ป่วย ต้องเข้ารับการผ่าตัดกระดูกตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2562 จึงอาจไม่สามารถลงพื้นที่หาเสียงได้  ขณะที่เจ้าตัวออกโรงยืนยัน สภาพร่างกายทำงานได้ ไม่ได้ป่วยถึงขั้นลงพื้นที่หรือทำงานไม่ได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข่าวเปลี่ยนตัวผู้สมัครจากนายไพร ไปเป็น พล.ต.ท.สาคร  ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการ ภาค 9

ล่าสุด มีผลจากการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส. ซึ่งมีนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ในฐานะกรรมการสรรหา กล่าวย้ำว่า ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายวิรัตน์ได้เดินทางไปชี้แจง ต่อคณะกรรมการสรรหา ในสภาพขึ้นบันไดเองได้ เดินได้คล่องแคล่ว กรรมการสรรหาฯ จึงมีมติให้นายวิรัตน์เหมาะสมเป็นผู้สมัครส.ส.เขต 3 จังหวัดสงขลา

นายวิรัตน์ เกิดวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสตูลวิทยา จังหวัดสตูล ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ระดับปริญญาตรีที่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโท ที่คณะรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ในวัยเด็กฐานะครอบครัวลำบาก นายวิรัตน์จึงเป็น”อารามบอย”เหมือนๆกับนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเด็กวัดที่จังหวัดสงขลานาน 3 ปี เมื่อเข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพมหานคร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็อาศัยอยู่ที่วัดราชนัดดานานถึง 9 ปี ใช้วิธีเดินไปเรียน

เข้าสู่วงการการเมืองระดับชาติ   โดยลงสมัครส.ส.ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งซ่อม และชนะได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นเป็นส.ส.สงขลามาตลอด รวมทั้งสิ้น 4 สมัย

เคยเป็นหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ และรับผิดชอบคดีสำคัญๆหลายสิบคดี รวมทั้ง คดีแกนนำนปช.ไปร้อง กกต. กล่าวหาให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากรู้เห็นเป็นใจกับสมาชิกพรรค ที่ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มกปปส. ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

วันนี้ นายวิรัตน์ พ้นพงหนามในปชป.แล้ว